
7 จุดชมซากุระวิวสุดตระการตาที่นั่งรถไฟจากโอซาก้าไปได้!
ถ้าอยากออกจากโอซาก้าไปชมซากุระแบบไปเช้าเย็นกลับได้ บทความนี้ขอรวม 7 จุดชมซากุระชื่อดังที่เดินทางด้วยรถไฟได้สะดวกไว้ให้ เหมาะทั้งสำหรับคนที่มีโอกาสชมซากุระในปีนี้ คนที่อยากไปชมในปีหน้าและหลังจากนี้ รวมถึงทุกคนที่หลงใหลซากุระของญี่ปุ่น
จังหวัดนาราที่อยู่ติดกับโอซาก้าและมีจุดชมซากุระชื่อดังมากมายเป็นสถานที่แบบไหน?
พอออกจากโอซาก้ามาไม่นาน ก็จะเจอกับนารา เมืองหลวงเก่าที่เคยเป็นศูนย์กลางการเมืองของญี่ปุ่นตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 250 จนถึงปี ค.ศ. 794 ตั้งอยู่ติดกับเมืองใหญ่ทั้งโอซาก้าและเกียวโต เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะได้สะดวก แต่ก็ยังคงมีบรรยากาศสบาย ๆ ชวนผ่อนคลาย ซึ่งเป็นเสน่ห์ของนารา ที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีทั้งอาคารประวัติศาสตร์ มรดกทางวัฒนธรรมจำนวนมาก และยังถูกโอบล้อมด้วยภูเขา จึงสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ธรรมชาติได้ด้วย

เสน่ห์ของการท่องเที่ยวนารา
นารามีวัดและศาลเจ้าจำนวนมากที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและสมบัติประจำชาติ อีกทั้งบริเวณโดยรอบยังเต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม เช่น โยชิโนะยามะ ไปในช่วงไหนก็มีเสน่ห์ต่างกันออกไป และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม รวมถึงจุดน่าแวะมากมายที่สามารถสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้แบบสบาย ๆ เช่น คาเฟ่มาจิยะ และมุมถ่ายรูปสวย ๆ ที่เหมาะกับการโพสต์ลงโซเชียล นอกจากนี้จำนวนนักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่นเท่าเกียวโต จึงเที่ยวได้อย่างผ่อนคลาย

เดินทางจากโอซาก้าได้สะดวกด้วยรถไฟคินเท็ตสึ
ถ้าคิดจะเที่ยวนาราด้วยขนส่งสาธารณะ รถไฟคินกิ นิปปง เท็ตสึโด หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า คินเท็ตสึ เป็นตัวเลือกที่ใช้งานสะดวก เพราะครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของนารา ทำให้เดินทางได้คล่องตัว และยังมีตั๋วกับแพ็กเกจสุดคุ้มสำหรับนักท่องเที่ยวให้เลือกมากมาย เช่น “KINTETSU RAIL PASS 1day” และ “KINTETSU RAIL PASS 2day” ที่สามารถนั่งรถไฟในเส้นทางที่กำหนดในโอซาก้า เกียวโต และนาราได้ไม่จำกัดเป็นเวลา 1 วันหรือ 2 วัน ยกเว้นรถด่วนพิเศษ หรือ “KINTETSU RAIL PASS” ที่ครอบคลุมเส้นทางในโอซาก้า เกียวโต นารา รวมถึงอิเสะชิมะในจังหวัดมิเอะ และไปถึงนาโกย่าได้ไม่จำกัดเป็นเวลา 5 วัน หากเลือกใช้ให้เหมาะกับแผนการเดินทาง ก็จะช่วยให้ทริปทั้งคุ้มค่าและราบรื่น แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลของคินเท็ตสึไว้ก่อนออกเดินทาง

6 จุดชมซากุระชื่อดังในจังหวัดนารา
ถ้ามีแผนมาเยือนนารา ฤดูใบไม้ผลิก็มักเป็นช่วงที่หลายคนนึกถึงก่อน คุณจะได้พบกับจุดที่ชมกวาง วัด และซากุระได้พร้อมกัน ซากุระของนาราที่บานสะพรั่งทั่วโยชิโนะยามะซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในที่สุดของญี่ปุ่น รวมถึงภาพงดงามของวัดและศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่เคียงคู่กับต้นซากุระอายุนับร้อยปี เป็นทิวทัศน์ซากุระที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของเมืองหลวงเก่า

1. สวนสาธารณะนารา
สวนสาธารณะนาราเป็นสถานที่ที่มีทั้งทรัพย์สินทางวัฒนธรรมซึ่งได้รับการกำหนดเป็นสมบัติประจำชาติจำนวนมาก และแหล่งมรดกโลกกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ จึงมีนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศมาเยือนตลอดทั้งปี

แม้สวนสาธารณะนาราจะมีชื่อเสียงจากพระใหญ่และกวางป่าที่เป็นสัญลักษณ์ แต่ก็ยังเป็นจุดชมซากุระยอดนิยมเช่นกัน โดยในฤดูใบไม้ผลิจะมีผู้คนมาชมดอกไม้จำนวนมาก ภายในสวนกว้างใหญ่มีต้นซากุระหลากหลายสายพันธุ์ปลูกรวมกันประมาณ 1,700 ต้น เริ่มบานตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงช่วงต้นเดือนพฤษภาคมของซากุระสายพันธุ์ยาเอะที่บานช้า ทำให้มีซากุระผลัดกันบานให้ชมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนาราโนะยาเอะซากุระที่วัดจิโซคุอินซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติ ดอกมีขนาดเล็ก ดูสง่างาม และน่าชมมาก อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือโซเมโยชิโนะ สายพันธุ์ยอดนิยมของซากุระ ที่บานอยู่รอบอาคารทรงหกเหลี่ยม

ที่นี่ไม่มีรั้ว กำแพง หรือประตู และไม่ต้องเสียค่าเข้าชม จึงเดินเล่นได้จากทุกทางและทุกเวลา อีกทั้งยังเดินจากสถานีคินเท็ตสึนาราเพียงประมาณ 5 นาที ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่

- ช่วงดอกบาน
- ปลายเดือนมีนาคม–ต้นเดือนพฤษภาคม
- ที่อยู่
- จังหวัดนารา เมืองนารา เขตคาสุงาโนะ และพื้นที่ใกล้เคียง
- การเดินทาง
- เดินประมาณ 5 นาทีจาก “สถานีคินเท็ตสึนารา”
2. สุสานโบราณอาสุกะอิชิบูไต
“สุสานโบราณอาสุกะอิชิบูไต” เป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 7 เชื่อกันว่าเป็นสุสานของผู้มีอำนาจ โดดเด่นด้วยก้อนหินขนาดมหึมาที่เรียงซ้อนกัน และบริเวณโดยรอบยังมีซากุระประมาณ 60 ต้น ในช่วงซากุระบาน สุสานหินจะถูกรายล้อมด้วยดอกซากุระจนเกิดเป็นทิวทัศน์ที่งดงามมาก

ความยิ่งใหญ่ของก้อนหินมหึมากับความงามของซากุระที่ผสานกันอย่างลงตัว เป็นภาพที่ไม่ควรพลาด

อีกหนึ่งไฮไลต์คือการได้ชมดอกนาโนะฮานะกับซากุระบานพร้อมกัน โดยสามารถออกจากทางออกทิศตะวันออกของสถานีคาชิฮาระจิงกูมาเอะของคินเท็ตสึ แล้วขึ้นรถบัสวนเที่ยวอาสุกะของนาราโคสึ ลงที่ป้าย “อิชิบูไต” จากนั้นเดินต่อประมาณ 3 นาที

- ช่วงดอกบาน
- ปลายเดือนมีนาคม–ปลายเดือนเมษายน
- ที่อยู่
- 254 ชิมะโช โออาซะ หมู่บ้านอาสุกะ อำเภอทาคาอิจิ จังหวัดนารา
- การเดินทาง
- จาก “สถานีคาชิฮาระจิงกูมาเอะ” ของคินเท็ตสึ ขึ้นรถบัสวนเที่ยวอาสุกะของนาราโคสึ ลงที่ป้าย “อิชิบูไต” แล้วเดิน 3 นาที
- เวลาเปิด
- 8:30–17:00 (เข้าชมได้ถึง 16:45)
- ค่าเข้าชม
-
บุคคลทั่วไป 300 (250) เยน, นักเรียนมัธยมปลายถึงประถมศึกษา 100 (50) เยน
※ ตัวเลขในวงเล็บคือราคาหมู่คณะ (อย่างน้อย 30 คน)
3. ภูเขาชิงิกิ
วัดโจโกะซนชิจิ (Chogosonshi-ji) ที่ตั้งอยู่บนไหล่เขาด้านใต้ของภูเขาชิงิกิ มีชื่อเสียงด้านความงามของซากุระที่ชมได้ในระยะใกล้ ต้นซากุระเรียงรายเคียงกับโคมหินประมาณ 2,000 ฐาน และเมื่อบานเต็มที่ก็จะกลายเป็นภาพงดงามทรงพลัง

ซากุระยามค่ำคืนที่ส่องสว่างด้วยแสงจากโคมหินหลังพระอาทิตย์ตกก็งดงามเป็นพิเศษ ภายในบริเวณวัดยังมีไฟถนนแบบเก่าที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศ และวิวกลางคืนของแอ่งนาราที่มองจากเวทีหน้าวิหารหลักก็สวยมากเช่นกัน
ไม่เพียงแต่ทั่วบริเวณวัดจะเต็มไปด้วยจุดน่าชมเท่านั้น ที่นี่ยังมีที่พักแบบชุคุโบะให้ลองสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบพระหรือภิกษุณีด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการอาหารกลางวัน เช่น อาหารเจสไตล์วัดและอาหารชุดไคเซกิด้วย


- ช่วงดอกบาน
- ปลายเดือนมีนาคม–ต้นเดือนเมษายน
- ที่อยู่
- ภูเขาชิงิกิ เมืองเฮกุริ อำเภออิโคมะ จังหวัดนารา
- การเดินทาง
- จาก “สถานีชิงิกิซังกุจิ” ต่อรถกระเช้านิชิชิงิกิไปยัง “สถานีทาคายาสุยามะ” แล้วนั่งรถบัสคินเท็ตสึประมาณ 10 นาที ลงที่ “ชิงิกิซังมง” แล้วเดินประมาณ 10 นาที หรือจาก “สถานีชิงิกิซังชิตะ” ของคินเท็ตสึ นั่งรถบัสนาราโคสึประมาณ 10 นาที ลงที่ “ชิงิกิโอฮาชิ” แล้วเดินประมาณ 5 นาที
- เวลาเข้าชม
- 9:00–16:30
- ค่าเข้าชม
- เข้าบริเวณวัดฟรี
4. ปราสาทโคริยามะ
“ซากปราสาทโคริยามะ” มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปีนับจากการก่อสร้าง พื้นที่ซากปราสาทที่ได้รับการบูรณะมีต้นซากุระประมาณ 800 ต้นปลูกรายล้อมอยู่รอบ ๆ และจากจุดชมวิวบนฐานหอคอยสามารถมองเห็นซากุระทั่วบริเวณได้อย่างเต็มตา จึงเป็นจุดชมดอกไม้ยอดนิยม


ในตอนกลางคืนยังสามารถชมซากุระยามค่ำที่ส่องสว่างด้วยแสงโคมประมาณ 600 ดวง ความงามอันแสนชั่วคราวของดอกซากุระผสานกับบรรยากาศลุ่มลึกของซากปราสาทที่มีแสงไฟ กลายเป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกลึกลับน่าหลงใหล

- ช่วงดอกบาน
- ปลายเดือนมีนาคม–ต้นเดือนเมษายน
- ที่อยู่
- เขตโจไน เมืองยามาโตะโคริยามะ จังหวัดนารา
- การเดินทาง
- เดิน 5 นาทีจาก “สถานีคินเท็ตสึโคริยามะ”
5. โยชิโนะยามะ
ถ้าพูดถึง “ซากุระแห่งนารา” หลายคนก็มักนึกถึง “โยชิโนะยามะ” ก่อน ซากุระที่นี่มีชื่อเสียงมายาวนาน ทั้งในด้านประวัติศาสตร์และขนาดพื้นที่ โดยมีซากุระประมาณ 30,000 ต้น จากราว 200 สายพันธุ์ หนาแน่นทั่วบริเวณ โดยมีชิโรยามะซากุระเป็นหลัก ภาพของซากุระภูเขาที่งามอย่างอ่อนช้อยและบอบบาง ปกคลุมทั้งภูเขาจากสันเขาหนึ่งสู่อีกสันเขา จากหุบเขาหนึ่งสู่อีกหุบเขาหนึ่ง ช่างน่าตื่นตา จนได้รับการขนานนามว่า “อิจิโมคุเซ็มบง” หรือ “มองครั้งเดียวเหมือนเห็นพันต้น”

โดยปกติซากุระจะเริ่มบานจากเชิงเขาไล่ขึ้นไปถึงยอดเขาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน จึงมีช่วงเวลาชมความงามได้นาน แนะนำให้วางแผนไปตามช่วงพีคและเพลิดเพลินกับการเดินเขาเบา ๆ

สำหรับคนที่สนใจของขึ้นชื่อท้องถิ่น โยชิโนะยังเป็นแหล่งผลิตพืชเถาชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “คุซุ” และมีชื่อเสียงเรื่อง “โยชิโนะฮงคุซุ” ซึ่งทำจากแป้งคุซุที่สกัดจากราก วากาชิอย่าง “คุซุโมจิ” ที่ทำจากโยชิโนะฮงคุซุซึ่งหายากและมีราคาสูง มีรสหวานละมุนและเนื้อสัมผัสนุ่มลื่นอร่อยมาก เป็นของหวานที่เหมาะจะลิ้มลองไปพร้อมกับชมซากุระ

- ช่วงดอกบาน
- ปลายเดือนมีนาคม–ปลายเดือนเมษายน
- ที่อยู่
- โยชิโนะยามะ เมืองโยชิโนะ อำเภอโยชิโนะ จังหวัดนารา
- การเดินทาง
- จาก “สถานีคินเท็ตสึโยชิโนะ” ขึ้นกระเช้าไปลงที่ “สถานีโยชิโนะยามะ”
6. วัดคินปุเซ็นจิ
เมื่อขึ้นมาถึงโยชิโนะยามะ “วัดคินปุเซ็นจิ” ก็เป็นสถานที่สำคัญที่มักถูกนึกถึง วัดแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของโยชิโนะยามะ และเป็นวัดศูนย์กลางสูงสุดของลัทธิชูเก็นโด ซึ่งเป็นการผสานกันของความเชื่อบูชาภูเขาแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นกับพุทธศาสนา

ภายใน “วัดคินปุเซ็นจิ” มี “ซาโอะโด” ซึ่งเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่รองจากอาคารไดบุทสึเด็นของวัดโทไดจิ และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย

“ชิฮงซากุระ” ที่อยู่ด้านหน้าซาโอะโดเป็นซากุระเก่าแก่ที่มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ในปี ค.ศ. 1333 ก่อนปราสาทโยชิโนะซึ่งเคยตั้งอยู่บริเวณนี้จะล่มสลาย เจ้าเมืองได้จัดงานเลี้ยงสาเกครั้งสุดท้ายที่หน้าต้นซากุระต้นนี้ ความงามอันลุ่มลึกของซาโอะโดที่สง่างามและ “ชิฮงซากุระ” ยามบานเต็มที่เป็นภาพที่ไม่ควรพลาด อีกทั้งซากุระภูเขาที่มองเห็นจากวัดก็มีความงามแบบเรียบง่ายและอิสระ หากอยากสัมผัสเสน่ห์ที่หลากหลายและความงดงามลึกซึ้งของซากุระ ที่วัดคินปุเซ็นจิน่าจะเป็นจุดหมายที่เหมาะมาก

- ช่วงดอกบาน
- ต้นเดือนเมษายน–กลางเดือนเมษายน
- ที่อยู่
- 2498 โยชิโนะยามะ เมืองโยชิโนะ อำเภอโยชิโนะ จังหวัดนารา
- การเดินทาง
- จาก “สถานีคินเท็ตสึโยชิโนะ” ขึ้นกระเช้าไปลงที่ “สถานีโยชิโนะยามะ” แล้วเดิน 10 นาที
- เวลาเปิด
- 8:30–16:30 (เข้าชมได้ถึง 16:00)
- ค่าเข้าชม
- เข้าบริเวณวัดฟรี ค่าเข้าซาโอะโด 500 เยน
จุดชมซากุระชื่อดังในจังหวัดมิเอะ
ถ้าอยากขยับจากนาราไปต่ออีกหน่อย จังหวัดมิเอะที่อยู่ติดกันก็มีจุดชมซากุระวิวสวยตระการตาเช่นกัน และเดินทางต่อได้ไม่ยาก จึงอยากแนะนำไว้ในโอกาสนี้ หากเที่ยวในจังหวัดมิเอะ การใช้ “KINTETSU RAIL PASS” ที่กล่าวถึงตอนต้น หรือ “KINTETSU RAIL PASS plus” ซึ่งสามารถใช้ขึ้นรถบัสรอบแหล่งท่องเที่ยวได้ด้วย จะช่วยให้เที่ยวได้คุ้มยิ่งขึ้น
นาบานะโนะซาโตะ
พอพูดถึงจุดชมดอกไม้ในจังหวัดมิเอะ “นาบานะโนะซาโตะ” ก็มักเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ที่นี่เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นที่มีดอกไม้งดงามบานสะพรั่งตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล ที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องงานประดับไฟขนาดยิ่งใหญ่ แต่ดาวเด่นของฤดูใบไม้ผลิก็คือซากุระ โดยตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมจะมี “คาวาซุซากุระ” บานสวยงามประมาณ 300 ต้นภายในสวน จุดเด่นคือบานเร็ว ระยะเวลาบานยาวประมาณ 1 เดือน และมีดอกสีชมพูสดขนาดใหญ่สวยสะดุดตา

ต้นซากุระปลูกเรียงรอบสระน้ำกลางสวน และทางเดินรอบสระจะกลายเป็นอุโมงค์ซากุระในฤดูใบไม้ผลิ หลังจากคาวาซุซากุระแล้ว ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายนจะเป็นช่วงของโซเมโยชิโนะ ซึ่งมีปลูกอยู่ภายในและรอบสวนประมาณ 270 ต้น อีกทั้งยังได้รับความนิยมจากความงามที่ประชันกันของซากุระกับทิวลิปและดอกนาโนะฮานะที่บานในช่วงเดียวกัน

หากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ แนะนำ “KINTETSU RAIL PASS plus” เพราะใช้พาสเพียงใบเดียวก็นั่งรถบัสตรงไป “นาบานะโนะซาโตะ” จากสถานีใกล้ที่สุดอย่าง “สถานีคินเท็ตสึนางาชิมะ” ได้ และยังได้รับส่วนลดค่าเข้าชม “นาบานะโนะซาโตะ” ด้วย

- ช่วงดอกบาน
- ต้นเดือนมีนาคม–กลางเดือนเมษายน
- ที่อยู่
- 270 โคมาเอะอุรุชิบาตะ เมืองนางาชิมะ เมืองคุวานะ จังหวัดมิเอะ
- การเดินทาง
- จาก “สถานีคินเท็ตสึนางาชิมะ” นั่งรถบัสตรงประมาณ 10 นาที
- เวลาเปิด
- 9:00–22:00 (※ 1/3–6/5)
- ค่าเข้าชม
-
นักเรียนประถมถึงผู้ใหญ่ 2,300 เยน (รวมคูปองมูลค่า 1,000 เยน) / เด็กที่อายุต่ำกว่าชั้นประถม ฟรี
※ แสดง KINTETSU RAIL PASS แล้ว ผู้ใหญ่จาก 2,300 เยน เหลือ 1,800 เยน, นักเรียนประถมและมัธยมต้นจาก 2,300 เยน เหลือ 1,400 เยน, เด็กเล็กอายุ 3 ปีขึ้นไป 200 เยน
บทสรุป
การเดินชมซากุระในนาราเป็นประสบการณ์ที่ให้คุณได้ทั้งชื่นชมอาคารประวัติศาสตร์ ปล่อยใจย้อนนึกถึงอดีต และสัมผัสกลิ่นหอมสดชื่นของดอกซากุระไปพร้อมกัน ความงามอันบอบบางและชวนหลงใหลของซากุระช่วยขับเน้นเสน่ห์ของเมืองหลวงเก่าที่อดีตและปัจจุบันหลอมรวมกันได้อย่างเต็มที่ พร้อมเติมบรรยากาศลุ่มลึกน่าประทับใจ หากได้มาเยือน “นาราในฤดูใบไม้ผลิ” คุณน่าจะได้พบกับทิวทัศน์ที่ยากจะลืมเลือนมากมาย ลองใช้รถไฟคินเท็ตสึที่ทั้งสะดวกและคุ้มค่าให้เต็มที่ แล้วค่อย ๆ ออกไปเพลิดเพลินกับการเดินทางในฤดูใบไม้ผลิ
