“คุมาโนะฟุเดะ” แบรนด์ระดับโลกที่เมืองคุมาโนะ แหล่งผลิตพู่กันอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นภาคภูมิใจนำเสนอ

“คุมาโนะฟุเดะ” แบรนด์ระดับโลกที่เมืองคุมาโนะ แหล่งผลิตพู่กันอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นภาคภูมิใจนำเสนอ

อัปเดต :

เมื่อพูดถึงเมืองคุมาโนะ หลายคนนึกถึง “คุมาโนะฟุเดะ” (Kumano Fude) สินค้าขึ้นชื่อที่มีประวัติยาวนานมากกว่า 190 ปีมาตั้งแต่ปลายยุคเอโดะ กระบวนการผลิตหลักทั้ง 12 ขั้นตอน ตั้งแต่งานเตรียมไปจนถึงการเก็บงาน ไม่สามารถแทนที่ด้วยเครื่องจักรได้และทำขึ้นด้วยมือทั้งหมด ในปี 1975 ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมในขณะนั้น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของวงการพู่กันในญี่ปุ่น ปัจจุบันยังคงมีช่างหัตถศิลป์ดั้งเดิม 15 คนเป็นกำลังสำคัญ และมีผู้เกี่ยวข้องกับการทำพู่กันประมาณ 2,500 คน หรือราว 1 ใน 10 ของประชากรในเมือง พู่กันสำหรับคัดอักษร พู่กันสำหรับงานวาดภาพและเครื่องปั้น ตลอดจนแปรงแต่งหน้า ต่างก็ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับต้นของประเทศ

ทักษะช่างฝีมือที่สืบทอดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายยุคเอโดะ คือสิ่งที่สร้างคุณภาพอันโดดเด่นของ “คุมาโนะฟุเดะ”
ทักษะช่างฝีมือที่สืบทอดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายยุคเอโดะ คือสิ่งที่สร้างคุณภาพอันโดดเด่นของ “คุมาโนะฟุเดะ”

ในบรรดาผลิตภัณฑ์ทั้งหมด สิ่งที่ทำให้ชื่อของ “คุมาโนะฟุเดะ” เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ “ของดีจากญี่ปุ่น” และ “ไอเท็มในฝันที่อยากลองใช้สักครั้ง” ก็คือแปรงแต่งหน้า หลายคนน่าจะเริ่มรู้จักจากการที่ผลิตภัณฑ์นี้ถูกเลือกเป็นของฝากให้ภริยาของอดีตประธานาธิบดีโอบามาในโอกาสเยือนญี่ปุ่น และยังถูกใช้เป็นของที่ระลึกในการรับรางวัลเกียรติยศแห่งชาติของทีมฟุตบอลหญิงญี่ปุ่น “นาเดชิโกะ เจแปน” ทุกวันนี้ “คุมาโนะฟุเดะ” ไม่ได้ได้รับความไว้วางใจเพียงในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับอย่างสูงจากเมกอัปอาร์ทิสต์ชื่อดังทั่วโลก และช่วยเติมความงามให้ผู้คนเปล่งประกาย

แปรงแต่งหน้าของแบรนด์ “คุมาโนะฟุเดะ” ที่มืออาชีพระดับโลกต่างให้ความไว้วางใจอย่างสูง
แปรงแต่งหน้าของแบรนด์ “คุมาโนะฟุเดะ” ที่มืออาชีพระดับโลกต่างให้ความไว้วางใจอย่างสูง

ถ้าอยากลองชม สัมผัส และทดลองเสน่ห์ของ “คุมาโนะฟุเดะ” ด้วยตัวเอง “ฟุเดะโนะซาโตะโคโบ” (Fude no Sato Kobo) ก็เป็นจุดแวะที่น่าสนใจ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดโอกาสให้สัมผัสโลกของพู่กันอย่างใกล้ชิด ที่นี่มีนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับเครื่องเขียนสี่สิ่งสำคัญ ได้แก่ พู่กัน หมึก แท่นฝนหมึก และกระดาษ ซึ่งได้รับการยกย่องมาอย่างยาวนานในวัฒนธรรมจีนและญี่ปุ่น รวมถึงการสาธิตการทำพู่กันโดยช่างหัตถศิลป์ดั้งเดิม และนิทรรศการพิเศษหลากหลายตลอดทั้งปี ในกิจกรรมทดลองทำพู่กัน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัส 2 ขั้นตอนจากทั้งหมด 12 ขั้นตอน คือ “การม้วนขนชั้นบน” และ “การเก็บงาน” หากจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก็สามารถสลักชื่อลงบนด้ามพู่กันได้ด้วย ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ร่วมสนุกอีก เช่น ทำผ้าม่านแขวนสไตล์ญี่ปุ่นด้วยการเขียนตัวอักษรหรือวาดภาพบนกระดาษญี่ปุ่น ทำเอะเทะกามิสำหรับบันทึกความทรงจำจากการเดินทาง ทำเข็มกลัดอาร์ตด้วยพู่กันที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ และรับคำแนะนำสั้น ๆ เรื่องลายมือสวยจากผู้เชี่ยวชาญ (เฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ภายในอาคารยังมีมิวเซียมช็อปที่จำหน่ายสินค้าต้นฉบับและของที่เกี่ยวข้องกับนิทรรศการพิเศษ รวมถึงร้านคัดสรร “คุมาโนะฟุเดะ” ที่มีให้เลือกประมาณ 1,500 แบบ ให้คุณสนุกกับการหาของฝากสไตล์เมืองแห่งพู่กันได้อย่างเต็มที่

ห้องจัดแสดงของ “ฟุเดะโนะซาโตะโคโบ” ที่โดดเด่นด้วยพู่กันขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ห้องจัดแสดงของ “ฟุเดะโนะซาโตะโคโบ” ที่โดดเด่นด้วยพู่กันขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ที่เมืองคุมาโนะยังมีเทศกาลประจำปีที่เกี่ยวกับ “พู่กัน” โดยตรงด้วย นั่นคือ “เทศกาลพู่กัน” ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่สุดของเมือง จัดขึ้นทุกปีในวันที่ 23 เดือนกันยายน ตรงกับวันศารทวิษุวัต เทศกาลนี้เริ่มขึ้นในปี 1935 เพื่อรำลึกถึงจักรพรรดิซางะ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสามปรมาจารย์พู่กันของญี่ปุ่น และเพื่อแสดงความขอบคุณต่อผู้บุกเบิกการทำพู่กันในเมืองคุมาโนะ จนปัจจุบันมีประวัติยาวนานเกือบ 90 ปี ในบรรดากิจกรรมมากมาย “การเขียนพู่กันผลงานขนาดใหญ่” ถือเป็นไฮไลต์สำคัญ โดยมีทั้งการเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่บนผ้าพิเศษขนาดประมาณ 15 เสื่อทาทามิโดยนักคัดอักษรชื่อดัง และผลงานหลากหลายจากคนในท้องถิ่นที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นต่อหน้าผู้ชมอย่างพร้อมเพรียง เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก อีกจุดที่สะดุดตาคือ “ถนนพู่กัน 10,000 ด้าม” ที่แขวนพู่กันจำนวนมหาศาลตลอดสองฝั่งทางเข้าศาลเจ้า ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน รวมถึง “ตลาดพู่กัน” ที่รวบรวมพู่กันหลากชนิดไว้มากมาย เรียกได้ว่ามีจุดน่าสนใจให้ชมตลอดงาน

“การเขียนพู่กันผลงานขนาดใหญ่” หนึ่งในกิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่สุดของ “เทศกาลพู่กัน”
“การเขียนพู่กันผลงานขนาดใหญ่” หนึ่งในกิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่สุดของ “เทศกาลพู่กัน”