มือใหม่ก็ใช้ได้อย่างสบายใจ! อธิบายครบทั้งประเภท วิธีออกบัตร และวิธีใช้ Suica

มือใหม่ก็ใช้ได้อย่างสบายใจ! อธิบายครบทั้งประเภท วิธีออกบัตร และวิธีใช้ Suica

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

เวลาเดินทางในญี่ปุ่น บัตรที่มักได้ยินชื่อกันบ่อยก็คือ “Suica”
บัตร IC สำหรับระบบขนส่งใบนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก และไม่ได้ใช้แค่ตอนขึ้นลงขนส่งสาธารณะเท่านั้น
ยังใช้ซื้อของและชำระค่าอาหารได้อย่างแพร่หลายทั่วประเทศ จนปัจจุบันแทบกลายเป็นของจำเป็นไปแล้ว
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักภาพรวมและประเภทของ Suica รวมถึงวิธีออกบัตรและวิธีเติมเงินอย่างครบถ้วน

บัตร IC สำหรับระบบขนส่ง 10 ประเภทที่ใช้บ่อยในญี่ปุ่น

ก่อนจะพาไปรู้จัก Suica แบบละเอียด ลองมาดูภาพรวมของบัตร IC สำหรับระบบขนส่งที่ใช้กันบ่อยในญี่ปุ่น และพื้นที่ที่ใช้งานได้แบบคร่าวๆ กันก่อน
สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลอยู่ บัตร IC สำหรับระบบขนส่งก็คือเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กับขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟและรถบัส
เวลาเดินทาง คุณไม่ต้องซื้อตั๋วทุกครั้ง และยังสามารถใช้ตามร้านสะดวกซื้อ ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และในสถานการณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย
บริษัทรถไฟหลายแห่งต่างออกบัตรของตนเอง โดยบัตรที่ใช้งานหลักๆ มี 10 ประเภท ซึ่งเราได้สรุปพื้นที่ที่ใช้งานได้ไว้ในตารางด้านล่าง

Suica
JR East, สำนักขนส่งเมืองซัปโปโร เป็นต้น
PASMO
Tokyo Metro, Keikyu เป็นต้น
Kitaca
JR Hokkaido
TOICA
JR Central เป็นต้น
ICOCA
JR West
PiTaPa
Hankyu, Hanshin, รถไฟใต้ดิน, Keihan, Kintetsu, Nankai เป็นต้น
manaca
Meitetsu, รถไฟใต้ดินเมืองนาโกย่า เป็นต้น
SUGOCA
JR Kyushu เป็นต้น
ฮายาคาเค็น
รถไฟใต้ดินเมืองฟุกุโอกะ
nimoca
Nishitetsu เป็นต้น

แม้ว่าพื้นที่ใช้งานจะถูกแบ่งย่อยตามแต่ละสายรถไฟ แต่บัตร IC สำหรับระบบขนส่งทั้ง 10 ประเภทที่แนะนำไปนั้นสามารถใช้งานร่วมกันได้ในแต่ละพื้นที่
ดังนั้น หากมีบัตรประเภทใดประเภทหนึ่ง ก็สามารถใช้งานได้เกือบทั่วญี่ปุ่นตั้งแต่ฮอกไกโดไปจนถึงคิวชูและโอกินาวะ ยกเว้นบางพื้นที่และขนส่งสาธารณะบางประเภท
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องทำบัตรหลายใบ เพียงมีบัตร IC สำหรับระบบขนส่งสัก 1 ใบก็เพียงพอแล้ว
จากนี้ไป เราจะพาคุณไปรู้จัก “Suica” ซึ่งเป็นบัตรที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในบรรดา 10 ประเภทนี้กันแบบละเอียด

เที่ยวญี่ปุ่นสบายขึ้นอีก! บัตร IC สำหรับระบบขนส่ง “Suica”

เวลาเดินทางในญี่ปุ่น หลายคนมักหยิบบัตร “Suica” มาใช้กันเป็นเรื่องปกติ
บัตร IC สำหรับระบบขนส่งใบนี้ออกโดย JR East
เมื่อเติมเงินไว้ล่วงหน้าแล้ว เพียงแตะบัตรกับเครื่องอ่านตอนขึ้นหรือลงรถไฟหรือรถบัส ระบบก็จะคำนวณค่าโดยสารให้อัตโนมัติและผ่านได้ทันที
ข้อดีคือช่วยลดขั้นตอนการซื้อตั๋วและคำนวณค่าโดยสาร อีกทั้งหากนั่งเลยสถานี ระบบที่ประตูกั้นก็จะคำนวณให้อัตโนมัติ ทำให้การเดินทางสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ยังใช้งานได้หลากหลาย แม้ไม่มีเงินสดติดตัว หากมี Suica ก็สามารถใช้เดินทางหรือซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ได้
ไม่ใช่แค่ในชีวิตประจำวัน แต่เวลาเดินทางท่องเที่ยวก็มีประโยชน์มากเช่นกัน
Suica แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ “My Suica” แบบระบุชื่อ, “Suica Card” แบบไม่ระบุชื่อ และ “Mobile Suica”

ความแตกต่างระหว่าง My Suica และ Suica Card

รูปลักษณ์ของ “My Suica” และ “Suica Card” แทบไม่ต่างกัน โดยต่างกันหลักๆ แค่มีการพิมพ์ชื่อผู้ถือบัตรบนบัตรหรือไม่เท่านั้น
ส่วนความแตกต่างด้านการใช้งานและฟังก์ชัน สรุปไว้ในตารางด้านล่าง

- My Suica Suica Card
ตอนออกบัตร ลงทะเบียนชื่อ วันเดือนปีเกิดของผู้ใช้ เป็นต้น และจะแสดงบนบัตรด้วย ไม่ลงทะเบียนข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ
ออกบัตรใหม่ทดแทน ได้ (หากชำระค่าธรรมเนียม ยอดเงินคงเหลือจะโอนไปด้วย) ไม่ได้ (หากทำหายหรือถูกขโมย ยอดเงินคงเหลือจะหายไปด้วย)
ผู้ใช้งาน ใช้ได้เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น ใช้ร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนได้
แบบสำหรับเด็ก ออกได้ ออกไม่ได้
ภาพตัวอย่าง Suica Card แบบไม่ระบุชื่อ
ภาพตัวอย่าง Suica Card แบบไม่ระบุชื่อ

“Mobile Suica” จ่ายครบจบได้ด้วยสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว

“Mobile Suica” คือแอปและบริการที่ทำให้อุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ตโฟนหรือ Apple Watch ใช้งานฟังก์ชันของ Suica ได้
ฟังก์ชันพื้นฐานเหมือนกับ Suica ปกติ แต่จุดเด่นสำคัญคือไม่จำเป็นต้องพกบัตรจริง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องทำหาย และใช้งานได้จบในอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว
ไม่ต้องจ่ายเงินมัดจำตอนเริ่มใช้งาน และยังเติมเงินในแอปได้โดยไม่ต้องต่อคิวที่ตู้จำหน่ายตั๋ว
หากมี Suica แบบบัตรอยู่แล้ว ก็ย้ายมาใช้งานได้ง่ายเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การใช้งานจะจำกัดอยู่ที่อุปกรณ์ 1 เครื่องเท่านั้น
หากแบตเตอรี่หมดจะไม่สามารถใช้งานได้ จึงควรระวังเรื่องระดับแบตเตอรี่
ถ้าเป็นสมาร์ตโฟนที่รองรับฟังก์ชันพลังงานสำรอง ก็ยังใช้งานได้อีกระยะหนึ่งแม้เครื่องจะปิดไปแล้ว
อีกจุดที่ควรรู้คือ Mobile Suica ใช้มาตรฐานเฉพาะของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “FeliCa” ดังนั้นอุปกรณ์ที่ซื้อจากต่างประเทศ ยกเว้น iPhone จะไม่สามารถใช้งานได้

*1 รุ่นที่รองรับ: iPhone 8 ขึ้นไป และ Apple Watch ตั้งแต่ Series 3 ขึ้นไปเท่านั้น
*2 จำเป็นต้องลงทะเบียนวิธีชำระเงิน เช่น บัตรเครดิต ใน Apple Wallet

Mobile Suica ไม่เพียงลดความเสี่ยงในการทำหาย แต่ยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง
Mobile Suica ไม่เพียงลดความเสี่ยงในการทำหาย แต่ยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง

พื้นที่ที่สามารถใช้ Suica ได้และข้อควรระวัง

แม้ Suica จะใช้ได้กว้างขวางทั่วญี่ปุ่นตั้งแต่ฮอกไกโดไปจนถึงคิวชูและโอกินาวะ แต่ก็ยังมีบางพื้นที่และขนส่งสาธารณะบางประเภทที่อยู่นอกขอบเขตการใช้งาน
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ระบบถูกแบ่งให้จบภายในแต่ละพื้นที่ตามด้านล่าง จึงไม่สามารถใช้งานข้ามพื้นที่ได้ กรุณาระวังด้วย (หากต้องเดินทางข้ามพื้นที่ ควรซื้อตั๋วล่วงหน้า)

  • เขตมหานครโตเกียว
  • ฝั่งฮอกไกโด
  • โซนอาโอโมริ
  • พื้นที่โมริโอกะ
  • แถบอาคิตะ
  • บริเวณเซ็นได
  • พื้นที่นีงาตะ
  • โซนโทไค
  • ฝั่งญี่ปุ่นตะวันตก
  • พื้นที่คิวชู
  • เขตโอกินาวะ

หากเผลอใช้งานข้ามพื้นที่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สถานีที่ประตูกั้นทางออกโดยอย่าเพิ่งแตะบัตรออก และอธิบายสถานการณ์ให้ชัดเจน
เจ้าหน้าที่จะดำเนินการยกเลิกรายการใน Suica และให้ชำระค่าโดยสารจากสถานีต้นทางถึงสถานีปลายทางด้วยเงินสด

ควรระวังเรื่องการใช้งานข้ามพื้นที่
ควรระวังเรื่องการใช้งานข้ามพื้นที่

ใช้ได้หลายที่! “Suica” ตัวช่วยในหลากหลายสถานการณ์ระหว่างทริป

พอมี Suica ติดตัวไว้ ระหว่างทริปก็คล่องตัวขึ้นพอสมควร เพราะไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้กับขนส่งสาธารณะ
ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ ศูนย์การค้า ร้านอาหาร ไปจนถึงตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ขอบเขตการใช้งานกว้างมาก
สถานที่หลักๆ ที่สามารถใช้ Suica ได้ สรุปไว้ในตารางด้านล่าง

ร้านสะดวกซื้อ
・KIOSK
・NewDays
・7-Eleven
・Daily Yamazaki
・FamilyMart
・Ministop
・Lawson
ซูเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์การค้า เป็นต้น
・Aeon Mall
・Ito-Yokado
・LaLaport (เฉพาะบางสาขา)
・Gransta
・LUMINE
・NEWoMan
ร้านอาหาร
・Sukiya
・Matsuya
・Starbucks
・McDonald’s
・Gusto
・Kappa Sushi
ร้านขายยา
・Matsumoto Kiyoshi
・Sundrug
・Sugi Pharmacy
・Tsuruha Drug
ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า
・Bic Camera
・Yodobashi Camera
แท็กซี่และรถเช่า
・km Taxi
・Nihon Kotsu Co., Ltd.
・Orix Rent-A-Car
・Toyota Rent a Car
・JR East Rent-A-Lease
・Daiichi Kotsu
・Yamato Jidosha Kotsu Co., Ltd.
・Tokyo Musen Taxi
・Toto Jidosha Co., Ltd.
・Hinomaru Kotsu Co., Ltd.

อีกอย่างที่ควรจำไว้คือ หากมีสัญลักษณ์การใช้งานร่วมกันของบัตร IC สำหรับระบบขนส่งทั่วประเทศ หรือมีป้ายโลโก้ Suica, PASMO, ICOCA, Kitaca, SUGOCA, TOICA, nimoca, manaca, ฮายาคาเค็น แสดงอยู่ ก็หมายความว่าสามารถชำระเงินด้วย Suica ได้เช่นกัน

ใช้ชำระเงินสำหรับการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ หรือจ่ายในคาเฟ่ได้ด้วย
ใช้ชำระเงินสำหรับการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ หรือจ่ายในคาเฟ่ได้ด้วย

คาแรกเตอร์ประจำ “Suica” จะอำลาบทบาทภายในสิ้นปีงบประมาณ 2026

ถ้าคุ้นตากับเพนกวินบนบัตร Suica เรื่องนี้ก็น่าจะน่าสนใจไม่น้อย
ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2001 ซึ่งเป็นปีที่ “Suica” ถือกำเนิดขึ้น “Suica no Penguin” (Suica no Penguin) ก็ได้รับความรักในฐานะคาแรกเตอร์ประจำแบรนด์มาโดยตลอด
มีให้เห็นทั้งบน Suica Card และ Mobile Suica รวมถึงในคาเฟ่ ร้านค้า และสินค้าหลากหลายประเภทที่ทำภายใต้ธีม Suica no Penguin อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม คาแรกเตอร์ยอดนิยมนี้จะอำลาบทบาทเมื่อบริการมีอายุครบประมาณ 25 ปี ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2026 และจะส่งต่อหน้าที่ให้คาแรกเตอร์ใหม่
ณ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2026 คาแรกเตอร์ผู้สืบทอดยังไม่ได้รับการประกาศ

“Suica no Penguin” ยังมีสินค้าหลากหลายวางจำหน่ายด้วย
©Chiharu Sakazaki / JR East / DENTSU Suica by JR East “Suica no Penguin” ยังมีสินค้าหลากหลายวางจำหน่ายด้วย

วิธีออกบัตรและซื้อ Suica แยกตามประเภทบัตร

ถัดจากนี้ เราจะค่อยๆ ดูวิธีออกบัตรและซื้อ Suica กัน
เราแยกอธิบายระหว่าง Suica แบบบัตรและ Mobile Suica ไว้แล้ว คุณสามารถดูเฉพาะแบบที่วางแผนจะใช้งานได้เลย
ทั้งสองแบบไม่ได้ยุ่งยากมากนัก จึงน่าจะสมัครหรือซื้อได้ไม่ยาก

วิธีซื้อ Suica Card

“My Suica” และ “Suica Card” สามารถซื้อได้ที่ “ตู้จำหน่ายตั๋วอเนกประสงค์”, “Midori no Madoguchi” (Midori no Madoguchi) หรือ “ตู้จำหน่ายตั๋วที่นั่งแบบจองได้พร้อมเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ” ภายในสถานีของ JR East
หากเป็นตู้จำหน่ายตั๋วอเนกประสงค์ ให้แตะ “ซื้อ Suica” บนหน้าจอแล้วใส่เงิน ส่วนที่ Midori no Madoguchi เพียงแจ้งเจ้าหน้าที่ก็สามารถออกบัตรได้
ราคาจำหน่ายมี 1,000 เยน, 2,000 เยน, 3,000 เยน, 4,000 เยน, 5,000 เยน และ 10,000 เยน โดยเลือกจำนวนที่ต้องการตอนซื้อ
ทุกแบบรวมเงินมัดจำ 500 เยนไว้แล้ว แต่เมื่อคืนบัตรจะได้รับเงินส่วนนี้คืน จึงอาจมองได้ว่าแทบไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้

สามารถซื้อ Suica Card ได้จากตู้จำหน่ายตั๋วอเนกประสงค์เช่นกัน
สามารถซื้อ Suica Card ได้จากตู้จำหน่ายตั๋วอเนกประสงค์เช่นกัน

วิธีสมัคร Mobile Suica

“Mobile Suica” เป็นแอป จึงใกล้เคียงกับการสมัครใช้งานมากกว่าการซื้อ
ขั้นตอนการลงทะเบียน Mobile Suica บน iPhone สามารถดูตามด้านล่างได้เลย

  1. เปิดแอป Wallet บน iPhone
  2. แตะเครื่องหมาย “+” ที่มุมขวาบนของหน้าจอ
  3. เลือกบัตร IC สำหรับระบบขนส่ง
  4. ค้นหาแล้วแตะ Suica
  5. จากนั้นแตะ “ดำเนินการต่อ” ที่ด้านล่างของหน้าจอ
  6. กรอกจำนวนเงินที่ต้องการเติม แล้วแตะเพิ่มที่มุมขวาบน
  7. ทำตามขั้นตอนบนหน้าจอจนเสร็จ ก็เป็นอันลงทะเบียนเรียบร้อย

Suica เติมเงินได้หลายวิธี

พอเริ่มใช้งานแล้ว เรื่องที่ควรรู้ต่อมาก็คือวิธีเติมเงินของ Suica
เราจะพาไปรู้จักวิธีเติมเงินทั้งสำหรับ Suica แบบบัตรและ Mobile Suica
การเติมเงินไม่ได้ทำได้แค่ที่สถานีเท่านั้น แต่ยังทำได้จากหลายสถานที่
รู้ไว้จะช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นมาก ลองดูไว้เพื่อให้ใช้ได้อย่างคุ้มค่าและคล่องตัวยิ่งขึ้น

เติมเงินที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ ตู้จำหน่ายตั๋วอเนกประสงค์ และเครื่องชำระค่าโดยสารส่วนต่าง

ที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ ตู้จำหน่ายตั๋วอเนกประสงค์ และเครื่องชำระค่าโดยสารส่วนต่าง สามารถเติมเงินให้ “My Suica” และ “Suica Card” ได้ตาม 3 ขั้นตอนด้านล่าง *Mobile Suica บางกรณีก็รองรับเช่นกัน

  1. เริ่มจากใส่ Suica ลงในตู้ที่รองรับ
  2. ทำตามหน้าจอ แล้วเลือกจำนวนเงินจาก 6 ตัวเลือก (500 เยน, 1,000 เยน, 2,000 เยน, 3,000 เยน, 5,000 เยน, 10,000 เยน)
  3. ใส่เงินสดเพื่อเติมเงิน เมื่อเสร็จแล้ว Suica และเงินทอนจะถูกคืนออกมา

โดยหลักแล้วสามารถเติมได้ด้วยเงินสดเท่านั้น และสามารถเติมซ้ำได้กี่ครั้งก็ได้จนถึงยอดสูงสุด 20,000 เยน
ขั้นตอนไม่ยากและน่าจะทำได้อย่างราบรื่น แต่หากมีข้อสงสัยหรือเกิดปัญหา ให้เรียกเจ้าหน้าที่สถานีได้เลย

เติมเงินที่ตู้จำหน่ายตั๋วหรือเครื่องชำระเงินก็ทำได้ง่าย
เติมเงินที่ตู้จำหน่ายตั๋วหรือเครื่องชำระเงินก็ทำได้ง่าย

เติมเงินด้วย Mobile Suica

การเติมเงินของ “Mobile Suica” โดยทั่วไปจะทำผ่านแอป
ขั้นตอนโดยพื้นฐานจะเหมือนกับตอนลงทะเบียน Mobile Suica

  1. เปิดแอป Wallet แล้วแตะ “เติมเงิน”
  2. เลือกจำนวนเงินที่ต้องการเติม พร้อมเลือกบัตรเครดิตที่ลงทะเบียนไว้
  3. ตรวจสอบจำนวนเงิน แล้วแตะ “เติมเงิน”

สามารถเติมเงินได้ตามจำนวนที่ต้องการ และยังมีฟังก์ชัน “ชาร์จพอดี” เพื่อปรับยอดคงเหลือให้เป็นตัวเลขกลมๆ ได้ด้วย
ใช้เวลาไม่นาน จึงสะดวกมากเพราะสามารถเติมเงินได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างขึ้นลงรถไฟหรือระหว่างเดินทาง
วงเงินเติมสูงสุดปัจจุบันคือ 20,000 เยน แต่ในฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 มีแผนจะเพิ่มบริการชำระเงินแบบโค้ด ซึ่งจะมีวงเงินเติมสูงสุด 300,000 เยน
ระบบชำระเงินแบบแตะที่มีอยู่เดิมก็ยังใช้งานได้ต่อไป และในแอปจะสามารถเลือกใช้ทั้งแบบแตะและแบบโค้ดได้ตามต้องการ
นอกจากนี้ยังมีแผนเพิ่มฟังก์ชันโอนเงินให้ครอบครัวหรือเพื่อนด้วย
และหากเชื่อมกับบัตรเครดิต “View Card” ของกลุ่ม JR East ก็มีแนวโน้มว่าจะสามารถซื้อของได้ตามวงเงินเครดิตโดยไม่ต้องเติมเงินล่วงหน้า

อีกข้อดีคือเติมเงินได้ทุกที่ทุกเวลา
อีกข้อดีคือเติมเงินได้ทุกที่ทุกเวลา

เติมเงินที่ร้านค้าที่รองรับ Suica

สามารถเติมเงินได้ที่ร้านค้าที่รองรับ Suica เช่น “NewDays”, “7-Eleven”, “Daily Yamazaki”, “FamilyMart”, “Ministop”, “Lawson”, “Aeon” เป็นต้น *ยกเว้นบางสาขา
รายละเอียดอาจต่างกันเล็กน้อยตามร้านหรืออุปกรณ์ แต่ขั้นตอนพื้นฐานมีดังนี้
หลายแห่งกำหนดยอดเติมขั้นต่ำไว้ที่ 1,000 เยน

  1. แจ้งพนักงานที่แคชเชียร์ว่าต้องการเติมเงิน
  2. เมื่อหน้าจอเลือกจำนวนเงินสำหรับเติมแสดงขึ้น ให้เลือกยอดที่ต้องการแล้วชำระด้วยเงินสด
  3. นำ Suica วางบนเครื่องอ่าน รอจนเครื่องส่งเสียงยืนยัน ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
เติมเงินได้ที่ร้านสะดวกซื้อเช่นกัน
เติมเงินได้ที่ร้านสะดวกซื้อเช่นกัน

เติมเงินที่ตู้ ATM ของ Seven Bank และ Lawson Bank

ถ้าอยู่ใกล้ตู้ ATM ก็สามารถใช้เติมเงิน Suica ได้เหมือนกัน
Seven Bank และ Lawson Bank มีตู้ติดตั้งอยู่จำนวนมากทั่วประเทศ จึงสะดวกสำหรับการเติมเงินสด

วิธีเติมเงินที่ตู้ ATM ของ Seven Bank

  1. แตะ “เติมเงิน” บนหน้าจอ ATM
  2. จากนั้นแตะ “เงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับระบบขนส่ง” แล้ววาง Suica บนส่วนอ่านบัตร
  3. แตะ “เติมเงิน” แล้วเลือกจำนวนเงินที่ต้องการ
  4. ใส่เงินสดลงใน ATM ก็เป็นอันเสร็จ

วิธีเติมเงินที่ตู้ ATM ของ Lawson Bank

  1. แตะ “เงินอิเล็กทรอนิกส์” บนหน้าจอ ATM
  2. เลือก “เงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับระบบขนส่ง” แล้ววาง Suica บนส่วนอ่านบัตร
  3. ต่อด้วยการแตะ “เติมเงิน” แล้วเลือกจำนวนเงินที่ต้องการ
  4. ใส่เงินสดลงใน ATM ก็เป็นอันเสร็จ
เติมเงินได้ที่ตู้ ATM ของ Seven Bank และ Lawson Bank ด้วย
เติมเงินได้ที่ตู้ ATM ของ Seven Bank และ Lawson Bank ด้วย

วิธีคืนบัตร Suica แยกตามประเภท

หากใช้งาน Suica เสร็จแล้วและต้องการคืนบัตร ก็มีขั้นตอนที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า
เมื่อดำเนินการตามขั้นตอน จะได้รับเงินคืนเป็นเงินมัดจำ 500 เยน และยอดคงเหลือหลังหักค่าธรรมเนียม 220 เยน *หากยอดคงเหลือไม่เกิน 220 เยน จะคืนเฉพาะเงินมัดจำ
ตัวอย่างเช่น หากมียอดคงเหลือ 5,000 เยน จะได้รับคืน 5,280 เยน (5,000−220+500) และหากมียอดคงเหลือ 200 เยน จะได้รับคืน 500 เยน
ต่อไปเราจะอธิบายวิธีขอคืนเงินให้เข้าใจง่ายๆ

วิธีคืนบัตรและขอเงินคืนสำหรับ Suica Card

  1. ไปที่ Midori no Madoguchi ในสถานีเขต JR East (รวมถึงสถานีที่ชินคันเซ็นจอด)
  2. แจ้งเจ้าหน้าที่สถานีว่าต้องการคืน Suica Card
  3. เมื่อดำเนินการเสร็จ จะได้รับเงินคืนเป็นยอดคงเหลือบวกเงินมัดจำ

โปรดระวังว่า Midori no Madoguchi ในภูมิภาคอื่นนอกญี่ปุ่นตะวันออก เช่น แถบคันไซหรือคิวชู จะไม่สามารถดำเนินการนี้ได้

หากต้องการคืนบัตรหรือขอเงินคืน ให้ไปที่ Midori no Madoguchi
หากต้องการคืนบัตรหรือขอเงินคืน ให้ไปที่ Midori no Madoguchi

วิธีขอเงินคืนสำหรับ Mobile Suica

  1. จากหน้าหลัก แตะ “เมนูสมาชิก” → “จัดการ Suica” ตามลำดับ
  2. แตะ “ขอคืนเงินสำหรับ Suica ใบนี้” แล้วตรวจสอบจำนวนเงินที่จะได้รับคืน
  3. กรอกข้อมูลบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินคืน *หากยอดคงเหลือไม่เกิน 220 เยน ไม่ต้องดำเนินการขั้นตอนนี้
  4. แตะ “ขอคืนเงินและยกเลิกสมาชิก” ก็เป็นอันเสร็จ
  5. หลังจากประมาณ 2 สัปดาห์–1 เดือน เงินจะโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ระบุไว้

บัญชีธนาคารต้องเป็นสถาบันการเงินในญี่ปุ่นเท่านั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติจึงควรระวังในจุดนี้
อย่างไรก็ตาม บัตรยังใช้งานได้ต่ออีก 10 ปีนับจากวันที่ใช้งานครั้งล่าสุด ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบขอคืนเงินหรือใช้ให้หมด จะเก็บไว้ใช้ในการเดินทางครั้งถัดไปก็ได้

การขอคืนเงินรองรับเฉพาะสถาบันการเงินในญี่ปุ่นเท่านั้น โปรดตรวจสอบให้ดี
การขอคืนเงินรองรับเฉพาะสถาบันการเงินในญี่ปุ่นเท่านั้น โปรดตรวจสอบให้ดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Suica

Q

Suica 1 ใบ ใช้ร่วมกันหลายคนได้หรือไม่?

A

“Suica Card” แบบไม่ระบุชื่อสามารถใช้ร่วมกันหลายคนได้โดยไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็น “My Suica” แบบระบุชื่อ จะถือว่าใช้งานผิดเงื่อนไข โปรดระวังด้วย นอกจากนี้ การชำระค่าโดยสารสำหรับ 2 คนขึ้นไปในครั้งเดียวก็ไม่สามารถทำได้

Q

Suica มีวันหมดอายุหรือไม่?

A

หากไม่มีการใช้งานเลยเป็นเวลา 10 ปีนับจากการใช้งานครั้งล่าสุด บัตรจะหมดอายุและไม่สามารถใช้งานได้ แต่ยังสามารถเปลี่ยนเป็นบัตรใหม่หรือขอเงินคืนได้

บทสรุป

โดยรวมแล้ว “Suica” เป็นตัวช่วยที่ทำให้การเดินทางในญี่ปุ่นง่ายขึ้นมากพอสมควร
เราได้พาคุณไปรู้จักทั้งภาพรวมของ “Suica” รวมถึงวิธีออกบัตรและวิธีเติมเงินกันมาแล้ว
ด้วยระบบตัดค่าโดยสารอัตโนมัติ และการใช้งานได้ที่ร้านสะดวกซื้อหรือสถานพาณิชย์ต่างๆ จึงหยิบมาใช้ได้สะดวกทั้งระหว่างเดินทางและระหว่างท่องเที่ยว
เพราะสามารถใช้ได้ทั่วประเทศ หากมีติดตัวไว้ 1 ใบ ก็พร้อมช่วยคุณได้ในหลากหลายสถานการณ์ระหว่างทริป