ถ้าได้แวะมาย่านชิงงู ก็มักจะได้ยินชื่อเมฮาริซูชิ อาหารพื้นเมืองที่คุ้นเคยมายาวนานของพื้นที่นันกิ ข้าวปั้นทรงรีที่ห่อด้วยผักกาดก้านใบดองนี้ เดิมทีว่ากันว่าเป็นอาหารกล่องประจำของผู้ที่ทำงานตามทะเลและภูเขา ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาหารชนิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นจากรสชาติที่ผสานผักดองกับข้าวเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีเอกลักษณ์แบบชนบท รวมถึงรูปลักษณ์ที่สวยงามและคงรูปได้ดีแม้เวลาจะผ่านไป
ที่มาของชื่อนั้นมีอยู่หลายทฤษฎี แต่ทฤษฎีที่ได้รับการกล่าวถึงมากคือ เมื่อกินเข้าไปแล้วทั้งความอร่อยและขนาดชิ้นที่ใหญ่ทำให้ต้องเบิกตากว้าง จึงกลายมาเป็นชื่อ “เมฮาริ” นอกจากนี้ โดยทั่วไปตัวข้าวมักปรุงรสด้วยโชยุ บางร้านก็ใช้ข้าวซูชิหรือใส่บ๊วยดองเป็นไส้ จึงมีหลายรูปแบบให้ลองสังเกตและชิมกัน
ร้านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกการทำเมฮาริซูชิให้กลายเป็นสินค้า และก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1962 คือ “โซฮงเกะ เมฮาริยะ (Sohonke Mehariya)” ปัจจุบันมีสาขาใหญ่ที่ชิงงู และยังเปิดสาขาหน้าสถานีวากายามะของ JR ด้วย จุดเด่นของที่นี่คือใส่ก้านผักกาดก้านใบสับลงไปในข้าว และปรุงด้วยซอสสูตรลับที่มีโชยุเป็นเบส ทุกครั้งที่มีออร์เดอร์ ร้านจะปั้นจากข้าวร้อน ๆ ทีละชิ้น จึงได้ลิ้มลองเมฮาริซูชิแบบอุ่น ๆ ที่หารับประทานได้ยากจากที่อื่น เมฮาริซูชิที่วางทิ้งไว้สักพักก็จะมีรสชาติที่กลมกล่อมเข้ากันไปอีกแบบ ถ้าลองกินที่ร้านแล้วซื้อกลับเป็นของฝาก ก็จะได้สัมผัสความอร่อยที่ต่างกันออกไป
เมนูที่อยากให้ลองคือชุดชิมที่มีเมฮาริซูชิ เสิร์ฟพร้อมคุชิคัตสึและซุปหมู ส่วนเมฮาริซูชิแบบสั่งแยกก็ซื้อกลับได้เช่นกัน
จุดเด่น
-
เมฮาริซูชิเป็นอาหารพื้นเมืองของพื้นที่นันกิ ลักษณะเป็นข้าวปั้นทรงรีที่ห่อด้วยผักกาดก้านใบดอง
-
“โซฮงเกะ เมฮาริยะ สาขาใหญ่ชิงงู” ก่อตั้งในปี 1962 และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์มาจากซอสสูตรลับ
-
ทุกครั้งที่มีออร์เดอร์ ร้านจะปั้นข้าวร้อน ๆ เสิร์ฟทีละชิ้น