
ประสบการณ์แสนอร่อยที่จะพาคุณสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอาหารแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น
ถ้าอยากลองสัมผัสบรรยากาศการทำอาหารแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม “คามาโดะ” ก็เป็นสิ่งที่ชวนให้สนใจไม่น้อย เตาสำหรับทำอาหารชนิดนี้ล้อมรอบด้วยดินหรือซีเมนต์เพื่อกักเก็บความร้อน และใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงในการให้ความร้อน ว่ากันว่าการมีเตาชนิดนี้ช่วยให้เทคนิคการทำอาหารพัฒนาไปอย่างมาก ในญี่ปุ่นเตาแบบนี้มักติดตั้งอยู่บริเวณพื้นดินภายในบ้าน เมื่อการทำอาหารด้วยแก๊สและไฟฟ้าแพร่หลาย บทบาทของมันก็ค่อย ๆ ลดลง และเมื่อประมาณ 50 ปีก่อนก็แทบไม่เห็นในบ้านทั่วไปแล้ว แม้แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นเองก็ถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากและชวนให้นึกถึงวันวาน อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบันคุณค่าของมันได้รับการประเมินใหม่ และยังถูกใช้งานอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารบางแห่ง
เริ่มต้นประสบการณ์พิเศษที่หาได้เฉพาะจากร้านดังเรื่องข้าวหุงคามาโดะ
ที่ร้านอาหาร คามาโดะ (Kamado) ข้าวทุกเมนูหุงด้วยคามาโดะทั้งหมด แนวคิดของร้านให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาการใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่น ที่นี่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษในการหุงข้าวด้วยคามาโดะของร้าน แล้วนำข้าวที่เพิ่งหุงเสร็จมาปั้นเป็นโอนิกิริก่อนรับประทาน
สถานที่ที่สามารถร่วมกิจกรรมหุงข้าวด้วยคามาโดะได้คือร้านอาหาร คามาโดะ ภายในศูนย์ท่องเที่ยวแบบครบวงจร ชิกะโนะฟุเนะ (Shika no Fune) ในเมืองนารา ร้านนี้เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมดเรียบง่ายโดยใช้วัตถุดิบจากนารา และข้าวทั้งหมดก็หุงด้วยคามาโดะ เตาคามาโดะซึ่งเป็นหัวใจหลักของร้าน ทำขึ้นโดยช่างฝีมือจากเมืองอุดะ จังหวัดนารา ว่ากันว่าช่างที่สามารถทำคามาโดะได้ในปัจจุบันก็นับวันยิ่งมีน้อยลง กิจกรรมหุงข้าวด้วยคามาโดะเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน โดยผู้ที่จะคอยแนะนำคือคุณฮิโตมิ ยามาชิตะ ซึ่งรับผิดชอบด้านการขายวัตถุดิบและสินค้าของร้าน ขั้นแรกจะมีการอธิบายขั้นตอนการหุงข้าวให้เข้าใจก่อน



สนุกกับการปรับความแรงไฟด้วย “ฟุยโกะ”!
ทางร้านจะเตรียมข้าวและน้ำใส่หม้อไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นกิจกรรมจึงเริ่มจากการจุดไฟในคามาโดะก่อน ขั้นแรกใส่ฟืนเข้าไป แล้วใช้ “ฟุยโกะ” เป่าลมเพื่อเร่งไฟแรงประมาณ 15 นาที เมื่อเดือดแล้วให้เขี่ยฟืนที่กำลังไหม้อยู่เพื่อไม่ให้น้ำล้น จากนั้นลดเป็นไฟอ่อนประมาณ 5 นาที แล้วพักให้ระอุอีกประมาณ 10 นาทีเป็นอันเสร็จ ระหว่างช่วงพักนี้ ไอน้ำจะค่อย ๆ กลับเข้าสู่เมล็ดข้าว ดังนั้นจุดสำคัญคือห้ามเปิดฝาหม้อ ข้าวที่ได้จะนุ่มฟูและหนึบอร่อย



เมื่อข้าวสุกแล้ว ก็มาปั้นเป็นโอนิกิริแล้วรับประทานกัน!
พอข้าวหุงเสร็จใหม่ ๆ จะเห็นความเงางามและเมล็ดข้าวที่เรียงตัวสวยชัดเจน ถ้าอยากกินข้าวให้อร่อยที่สุด โอนิกิรินี่แหละคือคำตอบ ดังนั้นตอนที่ข้าวยังร้อนอยู่ก็ได้เวลาลงมือปั้นโอนิกิริทันที หลังจากจุ่มมือทั้งสองข้างลงในน้ำเย็นแล้ว ให้หยิบเกลือเล็กน้อยวางบนฝ่ามือ จากนั้นปั้นข้าวตามขนาดที่ชอบ ว่ากันว่าผู้มาเยือนจากต่างประเทศที่ไม่เคยมีประสบการณ์ปั้นโอนิกิริมักสนุกกันมาก จากนั้นก็นำโอนิกิริที่ปั้นเองมาจัดเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงที่ทางร้านเตรียมไว้ แล้วอิ่มอร่อยกันได้เลย



ยังมีกิจกรรมอื่นอีกมาก มุ่งหน้าไปยังจุดท่องเที่ยวสำคัญของนารากัน
กิจกรรมเริ่มเวลา 15:00 แต่ปริมาณโอนิกิริและเครื่องเคียงหลายชนิดนั้นอิ่มคุ้มมาก แนะนำให้งดมื้อกลางวันหรือรับประทานให้น้อยและเร็วขึ้นสักหน่อย หากอยากเรียนรู้วัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่างสนุกและอร่อย อย่าพลาดลองกิจกรรมหุงข้าวด้วยคามาโดะนี้ ที่ชิกะโนะฟุเนะยังมีคลาสฝึกชงชาแบบญี่ปุ่นตลอดทั้งปีในชื่อ “การเพลิดเพลินกับพิธีชงชาในนารา” ซึ่งจัดที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว มายุ (Mayu) ภายในสถานที่เดียวกัน โดยส่วนใหญ่จะจัดในวันเสาร์ เดือนละ 2–3 ครั้ง หากคุณอยากสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นในนาราแบบสบาย ๆ ลองแวะมาที่ชิกะโนะฟุเนะกันได้เลย



