【แพลนเที่ยวเมืองนีงาตะ 1 วัน】ตระเวนชมสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมืองนีงาตะ!

【แพลนเที่ยวเมืองนีงาตะ 1 วัน】ตระเวนชมสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมืองนีงาตะ!

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

เมืองนีงาตะ (Niigata) มีประชากรประมาณ 780,000 คน และเป็นนครที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลเพียงแห่งเดียวบนฝั่งทะเลญี่ปุ่นของเกาะฮอนชู ที่นี่เปิดเป็นเมืองท่ามาตั้งแต่อดีต และเติบโตขึ้นในฐานะศูนย์กลางการคมนาคมทั้งทางบกและทางน้ำ ขอแนะนำแพลนเที่ยว 1 วันที่จะพาไปสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองนี้ แล้วคุณจะได้พบกับเสน่ห์อีกด้านของนีงาตะที่แตกต่างจากภาพจำเรื่อง “แหล่งปลูกข้าว” และ “สาเกญี่ปุ่น” อย่างแน่นอน!

8:30 จากอิวะมุโระออนเซ็นไปยังชิโรเนะเกรปการ์เดน

อิวะมุโระออนเซ็น (Iwamuro Onsen) โอบล้อมด้วยภูเขาต่างๆ เช่น ภูเขาคาคุดะและภูเขายาฮิโกะ มีประวัติยาวนานกว่า 300 ปีนับตั้งแต่เปิดบ่อน้ำพุร้อนในสมัยเอโดะ ที่นี่เป็นย่านออนเซ็นเพียงแห่งเดียวในเมืองนีงาตะ และขึ้นชื่อเรื่อง “น้ำร้อนสีดำ” ซึ่งมีอนุภาคละเอียดของเหล็กซัลไฟด์ที่เกิดจากการรวมตัวของกำมะถันและเหล็กละลายอยู่ หลังผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางด้วยน้ำร้อนสีดำที่ให้สัมผัสเนียนนุ่มและเก็บความร้อนได้ดีแล้ว วันรุ่งขึ้นก็ออกไปเที่ยวชมเมืองนีงาตะกัน!

อิวะมุโระออนเซ็น ย่านออนเซ็นเพียงแห่งเดียวในเมืองนีงาตะ
อิวะมุโระออนเซ็น ย่านออนเซ็นเพียงแห่งเดียวในเมืองนีงาตะ

แท็กซี่ท่องเที่ยวนีงาตะพาเที่ยวตลอดทั้งวัน

จากอิวะมุโระออนเซ็นไปยัง “ชิโรเนะเกรปการ์เดน” ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 30 นาที ควรออกเดินทางให้ทันเวลาเปิดทำการ

สำหรับการเที่ยวชมเมืองนีงาตะ ขอแนะนำ “แท็กซี่ท่องเที่ยวนีงาตะ” (Niigata Kanko Taxi) ซึ่งจองได้จนถึง 60 นาทีก่อนออกเดินทาง และเลือกจุดรับได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นสถานี สนามบิน หรือโรงแรม สะดวกมากเพราะรถจะมารับถึงย่านออนเซ็นตามเวลาที่กำหนด จากนั้นเพียงนั่งบนแท็กซี่ก็จะพาไปยังจุดหมายต่างๆ ได้ครบถ้วน เรื่องราวลับๆ จากคนขับที่รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดีก็น่าสนุกเช่นกัน!

9:00 เก็บผลไม้ตามฤดูกาลที่ชิโรเนะเกรปการ์เดน

เริ่มต้นที่สวนผลไม้เพื่อการท่องเที่ยว “ชิโรเนะฟรุตการ์เดน” (Shirone Fruit Garden) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตมินามิที่มีเกษตรกรรมเจริญรุ่งเรือง
มาเพลิดเพลินกับการเก็บผลไม้ตามฤดูกาลกัน ผลไม้สดที่ปลูกบนผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ของนีงาตะมีรสชาติอร่อยเป็นพิเศษ!

เก็บผลไม้สดตามฤดูกาลได้ตลอดทั้งปี

ที่นี่เปิดให้เพลิดเพลินกับการเก็บผลไม้หลากหลายชนิดตลอดทั้งปี ทั้งสตรอว์เบอร์รี กีวี และแอปเปิล ซึ่งปลูกโดยใช้น้ำจากแม่น้ำชินาโนะที่เป็นแม่น้ำชั้นหนึ่ง ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์และการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในปริมาณต่ำ สำหรับช่วงเดือนกรกฎาคม–ตุลาคมที่เปิดตั้งแต่ 9:00 แนะนำให้เก็บองุ่นซึ่งเป็นผลไม้เด่นของสวน เพราะหลายสายพันธุ์ เช่น เคียวโฮและไชน์มัสแคต จะทยอยสุกพร้อมรับประทาน

เพลิดเพลินกับการเก็บผลไม้หลากหลายชนิดได้ตลอดทั้งปี โดยแนะนำให้เก็บองุ่นในช่วงเดือนกรกฎาคม–ตุลาคม
เพลิดเพลินกับการเก็บผลไม้หลากหลายชนิดได้ตลอดทั้งปี โดยแนะนำให้เก็บองุ่นในช่วงเดือนกรกฎาคม–ตุลาคม

มีทั้งคอร์สชั่งน้ำหนักที่คิดราคาผลไม้ตามจำนวนกรัมที่เก็บ คอร์สชุด 3 อย่างซึ่งประกอบด้วยองุ่นเคียวโฮ 1 พวง องุ่นหลายสายพันธุ์จัดใส่จาน และเจลาโต รวมถึงคอร์สบุฟเฟต์องุ่นเคียวโฮแบบไม่จำกัดเวลา ศูนย์พักผ่อนรองรับทุกสภาพอากาศมีทั้งพื้นที่เสื่อทาทามิและโต๊ะ รองรับผู้ใช้บริการได้ 1,000 คน จึงเที่ยวได้สบายแม้ในวันฝนตก นอกจากนี้ยังไม่ควรพลาดร้านเจลาโตที่มีรสชาติหลากหลาย ตั้งแต่ผลไม้ตามฤดูกาลไปจนถึงถั่วแระญี่ปุ่น ฟักทอง และข้าวโคชิฮิคาริ!

10:30 ชมอาคารประวัติศาสตร์ที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมภาคเหนือ

หลังอิ่มอร่อยกับผลไม้สดที่เพิ่งเก็บแล้ว มุ่งหน้าไปยัง “พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมภาคเหนือ” (Northern Culture Museum) ในเขตโคนัน ที่นี่สามารถชมอาคารประวัติศาสตร์ต่างๆ เช่น คฤหาสน์ของตระกูลเกษตรกรผู้มั่งคั่งที่สุดแห่งเอจิโกะ ห้องชงชา และโกดัง

คฤหาสน์และสวนที่สร้างโดยเจ้าของที่ดินรายใหญ่แห่งเอจิโกะ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางประมาณ 29,091 ตารางเมตร โดยอนุรักษ์และเปิดให้ชมอดีตคฤหาสน์ของตระกูลอิโต ซึ่งเริ่มสร้างฐานะจากการเกษตรในช่วงกลางสมัยเอโดะ ก่อนก้าวขึ้นเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่ที่สุดแห่งเอจิโกะในสมัยเมจิ คฤหาสน์สร้างเสร็จในปี 1889 หลังใช้เวลาก่อสร้างถึง 8 ปี อาคารหลักโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโอ่อ่า ทั้งคานที่วางซ้อนกัน 7 ชั้นและแปกลมที่ยาวถึง 30 เมตร สะท้อนขนาดของคฤหาสน์ที่เคยมีคนรับใช้มากถึง 60 คน ภายในบริเวณยังเรียงรายด้วยอาคารล้ำค่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ เช่น อาคารโถงใหญ่ขนาดประมาณ 162 ตารางเมตรซึ่งสร้างให้กลมกลืนกับสวน ห้องชงชาทรงสามเหลี่ยมที่ใช้เป็นห้องหนังสือ และบ้านโบราณจากช่วงต้นสมัยเอโดะที่ย้ายมาสร้างใหม่ ทำให้สามารถชื่นชมตัวอาคารในฐานะนิทรรศการได้

คฤหาสน์ของตระกูลเกษตรกรผู้มั่งคั่งที่รวบรวม “ความงามแบบญี่ปุ่น” ผ่านสวน ดอกไม้ตามฤดูกาล และผลงานศิลปะมากมาย
คฤหาสน์ของตระกูลเกษตรกรผู้มั่งคั่งที่รวบรวม “ความงามแบบญี่ปุ่น” ผ่านสวน ดอกไม้ตามฤดูกาล และผลงานศิลปะมากมาย

ภายในอาคารหลักและอาคารโถงใหญ่จัดแสดงผลงานศิลปะบางส่วนจากทั้งหมดประมาณ 6,000 ชิ้นที่เจ้าบ้านแต่ละรุ่นสะสมไว้ ทั้งภาชนะ งานเขียนพู่กัน และภาพวาด ส่วนด้านนอกมีทิวทัศน์อันงดงามของสวนแบบเดินชมรอบสระ ซึ่งทานากะ ไทอามิ ช่างจัดสวนแห่งเอจิโกะภาคภูมิใจว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของตน ความงามตามธรรมชาติในแต่ละฤดูกาลก็ไม่ควรพลาด ทั้งซากุระและวิสทีเรียในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และทิวทัศน์หิมะในฤดูหนาว

12:00 รับประทานชุดอาหารต้อนรับแบบเอจิโกะที่ร้านอาหารในพิพิธภัณฑ์

เมื่อชมอาคารทรงคุณค่าและผลงานศิลปะจนเริ่มรู้สึกหิว แวะรับประทานมื้อกลางวันที่ร้าน “มิโซะกุระ” (Miso-gura) ภายในบริเวณกัน
ร้านแห่งนี้ดัดแปลงมาจากโกดังเก็บมิโซะที่สร้างขึ้นในสมัยเมจิตามชื่อร้าน ที่นี่เสิร์ฟอาหารชุดซึ่งถ่ายทอดไมตรีจิตอันเป็นเอกลักษณ์ของนีงาตะ ดินแดนที่อุดมด้วยวัตถุดิบจากทั้งทะเลและภูเขา

รับประทานชุดอาหารต้อนรับ “โทกิวะ” ที่ร้าน “มิโซะกุระ”!
รับประทานชุดอาหารต้อนรับ “โทกิวะ” ที่ร้าน “มิโซะกุระ”!

อาหารมีให้เลือกหลากหลาย ทั้ง “นปเปะ” อาหารท้องถิ่นของนีงาตะที่ใช้ผักในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ผักต้มปรุงรส เทมปุระ ปลาย่าง และซาชิมิ แน่นอนว่าทุกเมนูเสิร์ฟพร้อมข้าวโคชิฮิคาริในท้องถิ่น! สิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษคือ “ประสบการณ์หุงข้าวด้วยหม้อฮางามะ” ซึ่งใช้เตาตั้งโต๊ะให้ผู้รับประทานชมขั้นตอนการหุงข้าวได้ตรงหน้า เป็นเมนูที่สัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า ทั้งเสียงและกลิ่นของข้าวขณะสุก และความอร่อยของข้าวหุงใหม่ก็ทำให้วางตะเกียบไม่ลง!

ต้องจองภายในช่วงเช้าของ 2 วันก่อนเข้าใช้บริการ อีกหนึ่งจุดที่น่ายินดีคือผู้ใช้บริการร้านอาหารจะได้รับส่วนลดค่าเข้าชม “พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมภาคเหนือ”

13:00 เยือนพิพิธภัณฑ์ว่าวยักษ์ชิโรเนะและประวัติศาสตร์เมืองนีงาตะ แหล่งรวมว่าวจากทั่วโลก

เมื่ออิ่มท้องแล้วก็เดินทางไปยังจุดหมายถัดไป ช่วงบ่ายเริ่มต้นที่ “พิพิธภัณฑ์ว่าวยักษ์ชิโรเนะและประวัติศาสตร์เมืองนีงาตะ” (Niigata City Shirone Kite Museum) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ว่าวขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรวบรวมว่าวหาชมยากจากทั่วโลก

ว่าวจากทั่วโลกรวมตัวกันในเมืองแห่งศึกว่าวยักษ์ที่สืบทอดประเพณีมายาวนาน 300 ปี!

“ศึกว่าวยักษ์ชิโรเนะ” เป็นการแข่งขันที่ปล่อยว่าวยักษ์ให้ตกลงในแม่น้ำจนเชือกพันกัน แล้วดึงจากสองฝั่ง ผู้ที่ตัดเชือกของฝ่ายตรงข้ามได้จะเป็นผู้ชนะ เทศกาลนี้กล่าวกันว่าสืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะประมาณ 300 ปี และยังจัดขึ้นทุกเดือนมิถุนายน ภายในจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล โดยเฉพาะว่าวยักษ์ที่ประดับอยู่ใน “ลานว่าวยักษ์” ซึ่งมีขนาดเทียบเท่าเสื่อทาทามิ 24 ผืน ชวนให้ทึ่งเป็นอย่างมาก อีกจุดที่น่าสนใจคือ “ห้องภาพสามมิติ” ที่ให้สัมผัสบรรยากาศอันทรงพลังของศึกว่าวยักษ์ชิโรเนะผ่านภาพสามมิติ

ว่าวจากญี่ปุ่นและทั่วโลกมารวมตัวกันในเมืองแห่งศึกว่าวยักษ์ที่มีประวัติยาวนาน 300 ปี!
ว่าวจากญี่ปุ่นและทั่วโลกมารวมตัวกันในเมืองแห่งศึกว่าวยักษ์ที่มีประวัติยาวนาน 300 ปี!

นอกจากนี้ยังมีว่าวที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์จากทั่วญี่ปุ่นและต่างประเทศประมาณ 500 ชิ้น แต่ละชิ้นสะท้อนลักษณะเฉพาะของแต่ละภูมิภาคและน่าชมเป็นอย่างยิ่ง หากจังหวะเหมาะ ภายในเวิร์กช็อปยังจัดกิจกรรมทำว่าวจิ๋วทุกวัน จึงควรลองตรวจสอบดู!
ว่ากันว่าว่าวที่ทำเสร็จแล้วสามารถนำไปทดลองบินในห้องอุโมงค์ลม ซึ่งมีลมพัดออกมาจากด้านหลังได้ด้วย

14:00 ทดลองย่างเซมเบ้ด้วยมือที่อาณาจักรเซมเบ้นีงาตะ!

นีงาตะซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าว มีปริมาณการผลิตขนมข้าว เช่น เซมเบ้และอาราเระต่อปี คิดเป็นประมาณ 60% ของทั้งประเทศ! มาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ขนมข้าวของนีงาตะผ่านการเยี่ยมชมและทำกิจกรรมที่ “อาณาจักรเซมเบ้นีงาตะ” กัน ที่นี่ยังมีของหวานซึ่งเหมาะกับช่วงที่เริ่มหิวเล็กน้อยด้วย

ชิ้นใหญ่พิเศษ! มาทำเซมเบ้ต้นฉบับหนึ่งเดียวในโลกกัน

“อาณาจักรเซมเบ้นีงาตะ” (Niigata Senbei Okoku) ตั้งอยู่ภายในบริเวณสำนักงานใหญ่ของบริษัทคุริยามะ เซกะ ผู้ผลิตขนมข้าวชื่อดังอย่าง “บากาอุเกะ” และ “โฮชิทาเบโย” นอกจากจะชมกระบวนการผลิตขนมข้าวผ่านกระจกของโรงงานได้แล้ว ยังมีมุมข้อมูลพร้อมแบบจำลองขนาดเล็กให้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ขนมข้าวของนีงาตะ

ที่โซนกิจกรรม ลองท้าทายกับ “กิจกรรมย่างเซมเบ้ชิ้นใหญ่พิเศษพร้อมวาดภาพ” กัน! นำแป้งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 ซม. มาย่างบนตะแกรงให้เป็นเซมเบ้ แล้วใช้โชยุวาดภาพเพื่อสร้างเซมเบ้ต้นฉบับของคุณเอง หลังจบกิจกรรม แวะไปยังโซนอาหาร “ซอฟต์ครีมเซมเบ้” เป็นของหวานที่นำซอฟต์ครีมรสเข้มข้นวางบนเซมเบ้รสสลัดแล้วราดด้วยโชยุสูตรพิเศษ รับรองว่าถ่ายรูปขึ้นโซเชียล เซมเบ้รสสลัดที่กรุบกรอบช่วยเพิ่มสัมผัสได้อย่างพอดี ขณะที่ความหวานและเค็มก็สมดุลกันอย่างลงตัวจนหยุดไม่ได้! ยังมีของว่างอย่างโคร็อกเกะรูปบากาอุเกะและขนมปังแกงกะหรี่ทำจากแป้งข้าว จนอาจเลือกไม่ถูกว่าจะลองอะไรดี...

มาลองทำกิจกรรมย่างเซมเบ้ชิ้นใหญ่พิเศษพร้อมวาดภาพกัน!
มาลองทำกิจกรรมย่างเซมเบ้ชิ้นใหญ่พิเศษพร้อมวาดภาพกัน!

ช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดยาวอาจต้องต่อคิวที่โซนกิจกรรม เมื่อมาถึงอาณาจักรเซมเบ้ แนะนำให้ซื้อตั๋วไว้ก่อนเป็นอันดับแรก

15:00 นั่งเรือจากท่าเรือนีงาตะไปยังซาโดะ จุดหมายของวันถัดไป!

หลังสนุกกับการทำเซมเบ้แล้ว ทริปเที่ยวเมืองนีงาตะก็สิ้นสุดลง มุ่งหน้าไปยังอาคารผู้โดยสารซาโดะคิเซ็นที่ท่าเรือนีงาตะ เพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะซาโดะ จุดหมายของวันถัดไป!

เดินทางด้วยเรืออย่างสะดวกสบายไปยังเกาะซาโดะ พร้อมเรือให้เลือก 2 ประเภท

“ซาโดะคิเซ็น” (Sado Kisen) ให้บริการเรือโดยสารประจำทางเชื่อมระหว่างแผ่นดินใหญ่นีงาตะกับเกาะซาโดะ โดยมีเรือโดยสารจากท่าเรือนีงาตะไปยังท่าเรือเรียวสึ

มีเรือให้บริการ 2 ประเภท ได้แก่ เรือเฟอร์รีขนรถยนต์และเรือเจ็ตฟอยล์ เรือเฟอร์รีขนรถยนต์สามารถบรรทุกรถได้ และมีที่นั่งให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ชั้น 2 ไปจนถึงห้องสวีต ระหว่างเดินเรือสามารถออกไปยังดาดฟ้าเพื่อเพลิดเพลินกับการเดินทางพร้อมสัมผัสลมทะเล
ส่วนเรือเจ็ตฟอยล์เป็นเรือความเร็วสูงที่ยกตัวเรือขึ้นเหนือผิวน้ำขณะแล่น ทุกที่นั่งเป็นที่นั่งแบบระบุหมายเลข และไม่สามารถปลดเข็มขัดนิรภัยระหว่างเดินเรือ แต่มีจุดเด่นที่ความเร็ว 80 กม./ชม. และการโดยสารที่มั่นคงโดยสั่นไหวน้อย ใช้เวลาเดินทางด้วยเรือเฟอร์รีขนรถยนต์ 2 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนเรือเจ็ตฟอยล์ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 7 นาที ซึ่งต่างกันประมาณ 2 เท่า
ผู้ที่นำรถยนต์ส่วนตัวไป ต้องการเพลิดเพลินกับการเดินทางทางเรือแบบสบายๆ หรืออยากประหยัดค่าเดินทาง ควรเลือกเรือเฟอร์รีขนรถยนต์ ส่วนผู้ที่ไม่ต้องการเสียเวลาเดินทางมาก เรือเจ็ตฟอยล์น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า

ออกเดินทางจาก 2 ท่าเรือ! ให้บริการเรือประจำทางที่ขาดไม่ได้สำหรับการเที่ยวซาโดะ
ออกเดินทางจาก 2 ท่าเรือ! ให้บริการเรือประจำทางที่ขาดไม่ได้สำหรับการเที่ยวซาโดะ

แพลนเที่ยวครั้งนี้ใช้เส้นทางนีงาตะ–เรียวสึ แต่ยังมีเส้นทางเชื่อมระหว่างท่าเรือนาโอเอ็ตสึในเมืองโจเอ็ตสึกับท่าเรือโอกิบนเกาะซาโดะด้วย เส้นทางนี้ให้บริการเรือเจ็ตฟอยล์เท่านั้น วันละ 2 เที่ยว จึงอย่าลืมตรวจสอบเวลาและรายละเอียดก่อนใช้บริการ
จากนี้ไป เตรียมตระเวนเที่ยวเกาะซาโดะที่เต็มไปด้วยสถานที่ให้สัมผัสธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และประวัติศาสตร์ พักผ่อนให้เต็มที่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันรุ่งขึ้นกัน

บทสรุป

แพลนเที่ยวเมืองนีงาตะ 1 วันนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง
แน่นอนว่าสถานที่แนะนำในเมืองนีงาตะไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากจนเที่ยวไม่ครบในทริปเดียวรอให้คุณไปเยือน ไม่ว่าจะเป็น “พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองนีงาตะ มินาโทเปีย” (Niigata City History Museum Minatopia) ที่ให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของนีงาตะผ่านโรงภาพยนตร์ในพิพิธภัณฑ์และกิจกรรมต่างๆ “มารีนเปีย นิฮงไค” (Marinepia Nihonkai) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงโลมา “เปีย บันได” (Pia Bandai) ซึ่งรวบรวมของอร่อยจากนีงาตะไว้ด้วยกัน รวมถึงโรงผลิตสาเกและโรงทำมิโซะเก่าแก่

ความร่วมมือในการเก็บข้อมูล: “บริษัท นีงาตะ คันไซ คิคาคุ จำกัด