คู่มือเที่ยวศาลเจ้ายาฮิโกะ จุดพลังศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังของนีงาตะ

คู่มือเที่ยวศาลเจ้ายาฮิโกะ จุดพลังศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังของนีงาตะ

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าได้มาเที่ยวนีงาตะ แล้วอยากแวะสถานที่ที่มีทั้งบรรยากาศสงบ ความศักดิ์สิทธิ์ และธรรมชาติสวยๆ ศาลเจ้ายาฮิโกะก็มักเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงเสมอ
ที่นี่มีประวัติยาวนานมากกว่า 2,400 ปี และขึ้นชื่อเป็นพิเศษเรื่องการขอพรด้านความรัก รวมถึงเป็นจุดพลังศักดิ์สิทธิ์อันดับต้นๆ ของนีงาตะ
ระหว่างเดินชม คุณจะได้เห็นทั้งสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์และธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม
บทความนี้จะพาไปรู้จักข้อมูลพื้นฐานและจุดเด่นที่ควรรู้ก่อนเที่ยวศาลเจ้ายาฮิโกะ รวมถึงฤดูกาลที่เหมาะแก่การมาเยือนและสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ อย่างละเอียด

ศาลเจ้ายาฮิโกะเป็นสถานที่แบบไหน?

ศาลเจ้ายาฮิโกะ (Yahiko Jinja) อยู่เชิงเขายาฮิโกะ ในพื้นที่ตอนกลางของจังหวัดนีงาตะ
ที่นี่เป็นศาลเจ้าที่มีสถานะสูงที่สุดในนีงาตะ และเป็นจุดพลังศักดิ์สิทธิ์อันดับต้นๆ ของจังหวัด
เทพเจ้าประจำศาลเจ้าคือ อิยาฮิโกะโอกามิ (Iyahiko Okami) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ อาเมะโนะคาโกยามะโนะมิโคโตะ (Ame no Kagoyama no Mikoto)
เชื่อกันว่าเป็นเทพผู้บุกเบิกเอจิโกะ ซึ่งก็คือจังหวัดนีงาตะในปัจจุบัน และช่วยเสริมสิริมงคลด้านการค้าและธุรกิจรุ่งเรือง
ศาลเจ้ายาฮิโกะมีจุดน่าสนใจหลายแห่ง โดยเฉพาะโทริอิยักษ์ที่มีชื่อว่า “โอโทริอิ” ซึ่งเป็นโทริอิแบบเรียวบูที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
เมื่อมองภูเขายาฮิโกะผ่านซุ้มประตูโทริอิ คุณน่าจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์
ภายในบริเวณศาลเจ้ามีอาคารหลายแห่งกระจายตัวอยู่ รวมถึงอาคารหลัก และสิ่งปลูกสร้างอีก 25 แห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทจับต้องได้ของประเทศ
เพียงเดินเล่นภายในศาลเจ้า ก็จะได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์กว่า 2,400 ปีและวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมา
อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือ สุสานศักดิ์สิทธิ์โกชินเบียว บนยอดเขายาฮิโกะ
หากมาเที่ยวศาลเจ้ายาฮิโกะ อย่าลืมเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่ผสานระหว่างภูเขายาฮิโกะกับสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ รวมถึงวิวสวยจากบนภูเขาด้วย

จากยอดเขายาฮิโกะสามารถชมวิวทะเลญี่ปุ่นได้ด้วย
จากยอดเขายาฮิโกะสามารถชมวิวทะเลญี่ปุ่นได้ด้วย

ความเป็นมาของศาลเจ้ายาฮิโกะ

เชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นของศาลเจ้าแห่งนี้มาจากการที่อาเมะโนะคาโกยามะโนะมิโคโตะ ผู้บุกเบิกแคว้นโคชิ ได้รับการสักการะโดยบุตรของท่านคือ อาเมะโนะอิตสึตาเนะโนะมิโคโตะ
ต่อมาจักรพรรดิซุจินโปรดให้สร้างอาคารศาลเจ้า และมีการบูรณะรวมถึงขยายพื้นที่ศาลเจ้าอย่างต่อเนื่องโดยจักรพรรดิและโชกุนในแต่ละยุค
ในปี 1912 เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่จนทำให้อาคารจำนวนมากถูกเผาทำลาย แต่ในปี 1916 อาคารที่สูญหายทั้งหมดก็ได้รับการสร้างขึ้นใหม่

ศาลเจ้าที่มีประวัติและเกียรติภูมิยาวนาน ได้รับการคุ้มครองจากราชสำนัก โชกุน และเหล่านักรบมาโดยตลอด
ศาลเจ้าที่มีประวัติและเกียรติภูมิยาวนาน ได้รับการคุ้มครองจากราชสำนัก โชกุน และเหล่านักรบมาโดยตลอด

การเดินทางไปศาลเจ้ายาฮิโกะ

ถ้าตั้งต้นจากสถานี JR นีงาตะ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางสำหรับท่องเที่ยวนีงาตะ เส้นทางไปศาลเจ้ายาฮิโกะมีดังนี้
ส่วนใครที่เดินทางมาจากสนามบินนีงาตะซึ่งมีเที่ยวบินระหว่างประเทศค่อนข้างสะดวก ให้นั่งรถบัสจากสนามบินไปยังสถานี JR นีงาตะก่อน แล้วค่อยต่อเส้นทางด้านล่าง โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

เส้นทาง
1. ขึ้นรถไฟชินคันเซ็นสายโจเอ็ตสึ ขบวนโทคิ 320 มุ่งหน้าโตเกียว ที่สถานี JR นีงาตะ
2. ลงที่สถานีสึบาเมะซันโจ แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายยาฮิโกะของ JR
3. ลงที่สถานียาฮิโกะซึ่งเป็นสถานีปลายทาง แล้วเดินต่อไปศาลเจ้าประมาณ 15 นาที
ระยะเวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

เวลาเข้าสักการะและค่าเข้าชมของศาลเจ้ายาฮิโกะ

หากเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของศาลเจ้า ยกเว้นหอเก็บสมบัติ จะเปิดทุกวันตลอดปีและสามารถเข้าสักการะได้ตลอดเวลา
ส่วนเวลาเปิดทำการ วันหยุด และค่าเข้าชมของหอเก็บสมบัติ ดูได้จากตารางด้านล่าง

เวลาเปิด
9:00–16:00
วันหยุด
วันจันทร์
※1. หากวันจันทร์ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะหยุดในวันถัดไป
※2. ปิดให้บริการตลอดเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่: 300 เยน
นักศึกษาและนักเรียนมัธยมปลาย: 200 เยน
นักเรียนมัธยมต้นและประถมศึกษา: 100 เยน

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของศาลเจ้ายาฮิโกะคือช่วงไหน?

ถ้าอยากเลือกช่วงที่บรรยากาศสวยเป็นพิเศษ ฤดูใบไม้ผลิถือว่าเหมาะมากสำหรับการมาเที่ยวศาลเจ้ายาฮิโกะ
ภายในบริเวณศาลเจ้ามีสวนซากุระชื่อว่า “โอเอ็นซากุระ” ที่ปลูกซากุระมากกว่า 50 ชนิด ซึ่งมีช่วงออกดอกต่างกัน
คุณจึงสามารถชมซากุระได้หลากหลายแบบ เช่น โซเมโยชิโนะและยาเอะซากุระ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศแบบญี่ปุ่นไปด้วย

5 จุดห้ามพลาดของศาลเจ้ายาฮิโกะ

ภายในศาลเจ้ามีจุดที่ชวนให้แวะชมอยู่หลายแห่ง ตั้งแต่อาคารประวัติศาสตร์ไปจนถึงหินเสี่ยงทาย
พอเดินออกจากบริเวณหลักไปอีกเล็กน้อย ก็ยังมีโอโทริอิและโกชินเบียวที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน
จากตรงนี้ เราจะคัดมาแนะนำจุดเด่นสำคัญที่ห้ามพลาดของศาลเจ้ายาฮิโกะให้คุณได้รู้จักกัน

1. โอโทริอิ

สำหรับคนที่สนใจเรื่องสถาปัตยกรรมศาลเจ้า โอโทริอิคือประตูโทริอิขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่างทางไปยังศาลเจ้ายาฮิโกะ
ประตูแห่งนี้เป็นโทริอิแบบเรียวบู และมีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของโทริอิแบบนี้คือมีเสาหลัก 2 ต้น และมีเสาเตี้ยเสริมด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ดูมั่นคง แข็งแรง ด้วยความสูง 30 เมตร จึงมีความยิ่งใหญ่จนหลายคนน่าจะประทับใจ
โอโทริอิแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1982 โดยจำลองแบบจากโทริอิแรกที่ทางเข้าศาลเจ้ายาฮิโกะ
ลองเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโอโทริอีกับโทริอิแรกก็น่าสนใจไม่น้อย

โอโทริอิขนาดใหญ่ตระการตาที่คอยต้อนรับผู้มาเยือน
โอโทริอิขนาดใหญ่ตระการตาที่คอยต้อนรับผู้มาเยือน

2. โกชินเบียว

บนยอดเขายาฮิโกะมีโกชินเบียว ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานเทพอาเมะโนะคาโกยามะโนะมิโคโตะ และเทพสตรีสึมะโดะโนะโอกามิ
เนื่องจากมีการประดิษฐานเทพทั้งสองร่วมกัน ที่นี่จึงมีชื่อเสียงในฐานะจุดพลังศักดิ์สิทธิ์ด้านการขอพรเรื่องความรัก
โกชินเบียวเต็มไปด้วยบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และมีเสน่ห์ที่สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือน
นอกจากนี้ จากยอดเขายังสามารถชมทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของทะเลญี่ปุ่นและที่ราบเอจิโกะ รวมถึงวิวกลางคืนอันงดงามของที่ราบเอจิโกะที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 วิวยามค่ำคืนยอดเยี่ยมของญี่ปุ่น
แม้จะเดินขึ้นตามเส้นทางปีนเขาได้ แต่แนะนำให้นั่งกระเช้าจากเชิงเขาขึ้นไปจะสะดวกกว่า

โกชินเบียว จุดพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มาพร้อมวิวสวยงาม
โกชินเบียว จุดพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มาพร้อมวิวสวยงาม

3. หินชิเกะการุ

หินชิเกะการุเป็นหินเสี่ยงทายที่ใช้ทำนายโชคดีหรือร้ายจากความรู้สึกหนักเบาเวลายกขึ้น
เชื่อกันว่าหากอธิษฐานในใจแล้วลองยกหินขึ้น ถ้ารู้สึกเบา คำอธิษฐานจะเป็นจริง แต่ถ้ารู้สึกหนัก แปลว่ายังไม่สมหวังในตอนนี้
หินชิเกะการุยังมีอีกชื่อว่า “หินลูกไฟ” และมีเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา
ครั้งหนึ่ง สึการุ โนบุฮิระ เจ้าแคว้นฮิโรซากิรุ่นที่ 2 ประสบพายุรุนแรงระหว่างล่องเรือในทะเลญี่ปุ่น และเมื่ออธิษฐานว่าจะถวายโทริอิให้ภูเขายาฮิโกะ ก็สามารถรอดพ้นจากเรืออับปางได้
แต่หลังจากนั้น เมื่อยังไม่ได้ถวายโทริอิตามที่สัญญา ก็เกิดเหตุประหลาดที่มีลูกไฟ 2 ดวงบินวนไปมาในปราสาท จึงรีบนำทั้งโทริอิและหินลูกไฟมาถวายให้ศาลเจ้ายาฮิโกะ
หากมาเยือน ลองยกหินชิเกะการุที่มีเรื่องเล่านี้ดู แล้วทดสอบกันว่าคำอธิษฐานของคุณจะเป็นจริงหรือไม่

ลองยกดูแล้วทดสอบกันว่าโชคจะออกมาดีหรือร้าย
ลองยกดูแล้วทดสอบกันว่าโชคจะออกมาดีหรือร้าย

4. อาคารหลักและหอสักการะ

เมื่อเข้ามาใกล้บริเวณสักการะ จะเห็นหอสักการะอันยิ่งใหญ่ที่โดดเด่นด้วยหลังคาแบบอิริโมยะ ซึ่งเป็นรูปแบบหลังคาดั้งเดิมของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ด้านในถัดไปคืออาคารหลักที่เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้า
อาคารหลักและหอสักการะที่ตั้งอยู่โดยมีภูเขายาฮิโกะเป็นฉากหลัง ช่วยสร้างบรรยากาศอันสง่างามและเปี่ยมด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์
แม้อาคารศาลเจ้ารวมถึงอาคารหลักจะถูกไฟไหม้ในปี 1912 แต่ก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยใช้เวลาถึง 5 ปี

อาคารหลักท่ามกลางธรรมชาติของที่ราบเอจิโกะ ดูสง่างามและน่าเกรงขาม
อาคารหลักท่ามกลางธรรมชาติของที่ราบเอจิโกะ ดูสง่างามและน่าเกรงขาม

5. ประตูซุยชินมง

ประตูซุยชินมงเป็นประตูที่ประดิษฐานเทพผู้เฝ้าประตู เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าสู่เขตศักดิ์สิทธิ์
สมกับเป็นทางเข้าสู่เขตศักดิ์สิทธิ์ รูปลักษณ์ที่ตั้งตระหง่านของประตูแห่งนี้ดูทรงพลังและทำให้รู้สึกสำรวมขึ้นทันที
ด้านซ้ายและขวาของประตูมีการประดิษฐานเทพพี่น้องโอซาเกะและโอซาเบะ ผู้พิทักษ์ศาลเจ้ายาฮิโกะ
เมื่อเดินลอดผ่านประตู อย่าลืมสังเกตเทพพี่น้องผู้คุ้มครองศาลเจ้าเหล่านี้ด้วย

ประตูซุยชินมงต้อนรับผู้มาเยือนพร้อมเทพพี่น้องผู้พิทักษ์ศาลเจ้า
ประตูซุยชินมงต้อนรับผู้มาเยือนพร้อมเทพพี่น้องผู้พิทักษ์ศาลเจ้า

เพลิดเพลินกับการชิมอาหารในย่านหน้าศาลเจ้าของศาลเจ้ายาฮิโกะ

หลังเดินชมศาลเจ้าเสร็จ ลองแวะย่านหน้าศาลเจ้ารอบๆ ศาลเจ้ายาฮิโกะกันต่อ เพราะมีทั้งร้านอาหารและร้านขายของฝากที่สะท้อนเสน่ห์เฉพาะตัวของยาฮิโกะ
ระหว่างเดินเล่น คุณจะเจอทั้งของหวานสไตล์ญี่ปุ่นที่เหมาะกับการซื้อกินเพลินๆ ไปจนถึงร้านอุด้งและอาหารทะเลที่เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน
เมนูเดินกินเล่นที่อยากแนะนำคือ “ชิโระแพนด้ายากิ”
เป็นขนมแป้งรูปแพนด้าที่สอดไส้ด้านใน มีให้เลือกหลายรส เช่น ถั่วแดงเม็ดและช็อกโกแลต

ก่อนหรือหลังไหว้ศาลเจ้า อย่าลืมแวะเดินชิมอาหารอร่อยๆ
ก่อนหรือหลังไหว้ศาลเจ้า อย่าลืมแวะเดินชิมอาหารอร่อยๆ

3 สถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ ที่น่าแวะพร้อมกับศาลเจ้ายาฮิโกะ

ถ้ามีเวลา ลองวางแผนเที่ยวสถานที่รอบๆ ควบคู่ไปกับศาลเจ้ายาฮิโกะด้วยก็น่าสนใจ
แต่ละแห่งล้วนมีความเกี่ยวข้องกับศาลเจ้ายาฮิโกะ จึงน่าจะทำให้ทริปสนุกและลึกซึ้งยิ่งขึ้นเมื่อไปด้วยกัน

1. ภูเขายาฮิโกะ

ยอดเขาหลักของเทือกเขายาฮิโกะที่หันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่น บริเวณเกือบกึ่งกลางของที่ราบนีงาตะ
มีความสูง 634 เมตร เท่ากับโตเกียวสกายทรี
จากสถานียาฮิโกะสามารถเดินไปยังจุดเริ่มต้นเส้นทางปีนเขาได้ และจากทางขึ้นโอโมเตะซันโดไปถึงยอดเขาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
เส้นทางได้รับการดูแลอย่างดีและเดินค่อนข้างสะดวก จึงเหมาะกับผู้เริ่มต้นปีนเขาและครอบครัวที่มีเด็ก
นอกจากนี้ยังมีกระเช้ายาฮิโกะและถนนสำหรับรถยนต์สายยาฮิโกะสกายไลน์ ทำให้ขึ้นถึงยอดเขาได้อย่างสะดวกสบาย

ภูเขาเตี้ยริมทะเลญี่ปุ่นที่เหมาะแม้สำหรับผู้เริ่มต้นปีนเขา
ภูเขาเตี้ยริมทะเลญี่ปุ่นที่เหมาะแม้สำหรับผู้เริ่มต้นปีนเขา

2. สวนยาฮิโกะ

สวนสาธารณะที่สร้างขึ้นในปี 1918 และตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานี JR ยาฮิโกะ
ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 40,000 สึโบะ คุณจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่น จนเป็นสถานที่ที่ได้รับความรักจากทั้งชาวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
ภายในสวนมีทัศนียภาพหลากหลายแตกต่างกันไปตามโซน เช่น อุโมงค์ น้ำตก และลำธาร โดยจุดที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษคือ “หุบเขาโมมิจิ”
ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องใบไม้เปลี่ยนสี และภาพของต้นไม้สีสันสดใสตัดกับสะพานคังเก็ตสึสีแดงสดนั้นงดงามอย่างยิ่ง

สวนขนาดประมาณ 40,000 สึโบะที่ชมความงามได้ทุกฤดูกาล โดยเฉพาะใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
สวนขนาดประมาณ 40,000 สึโบะที่ชมความงามได้ทุกฤดูกาล โดยเฉพาะใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

3. ศาลเจ้ายุ

ศาลเจ้าย่อยที่ตั้งอยู่นอกเขตศาลเจ้ายาฮิโกะ บริเวณขอบของสวนยาฮิโกะ
มีเรื่องเล่าว่าออนเซ็นยาฮิโกะถูกค้นพบ ณ สถานที่ที่ศาลเจ้ายุแห่งนี้ตั้งอยู่
เทพเจ้าที่ประดิษฐานคือ โอนามุจิโนะมิโคโตะ และซุคุนาฮิโกนะโนะมิโคโตะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะเทพแห่งออนเซ็น
มีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า หากยืมหินในบริเวณศาลเจ้าแล้วนำไปลูบบริเวณที่เจ็บป่วย อาการนั้นจะดีขึ้น
หากมาเที่ยวศาลเจ้ายาฮิโกะและสวนยาฮิโกะแล้ว ลองแวะมาที่นี่ต่อด้วยก็น่าสนใจ

ศาลเจ้ายุ ศาลเจ้าที่สักการะเทพแห่งออนเซ็น
ศาลเจ้ายุ ศาลเจ้าที่สักการะเทพแห่งออนเซ็น

3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบศาลเจ้ายาฮิโกะ

ถ้าอยากหาอะไรอร่อยต่อหลังแวะศาลเจ้ายาฮิโกะ ลองขยับไปอีกนิดแถวสถานีสึบาเมะซันโจเพื่อชิมของขึ้นชื่อของนีงาตะได้
ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านดังที่มีเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับแวะเติมความอร่อยระหว่างทริป
ต่อจากนี้ เราจะคัดร้านอาหารยอดนิยมรอบสถานีสึบาเมะซันโจมาแนะนำกัน

1. คัปโปะ โอคุอิจิ โยชิดะยะ

ร้านอาหารในย่านออนเซ็นยาฮิโกะแห่งนีงาตะ สืบทอดกิจการต่อเนื่องมาถึง 5 รุ่นนับตั้งแต่ก่อตั้งในช่วงต้นยุคโชวะ และขึ้นชื่อเรื่องเมนูที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ปลาสดจากท่าเรือใกล้เคียง
เมนูขึ้นชื่อที่แนะนำสำหรับคนมาเยือนครั้งแรกคือ “ต้นตำรับวัปปะเมชิชุดพิเศษแห่งยาฮิโกะ” ที่ใช้ข้าวโคชิฮิคาริปลูกแบบพิเศษจากท้องถิ่นชื่ออิยาฮิโกะไม นำไปนึ่งทั้งภาชนะด้วยน้ำซุปสูตรพิเศษ แล้วโปะหน้าด้วยแซลมอนและไข่ปลาแซลมอนอย่างจุใจ

ร้านอาหารเก่าแก่ที่ได้รับความนิยมมากกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในช่วงต้นยุคโชวะ พร้อมเมนูเด็ดให้เลือกมากมาย
ร้านอาหารเก่าแก่ที่ได้รับความนิยมมากกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในช่วงต้นยุคโชวะ พร้อมเมนูเด็ดให้เลือกมากมาย

2. โคจิมะยะ โซฮมปง สาขาสึบาเมะซันโจ

ร้านโซบะเก่าแก่ “โคจิมะยะ โซฮมปง” ที่เปิดมายาวนานมากกว่า 100 ปีในเมืองโทคามาจิ จังหวัดนีงาตะ
ทางร้านเผยแพร่อาหารท้องถิ่นของนีงาตะอย่าง “เฮกิโซบะ” ผ่านการทำโซบะที่ใช้ทั้งวัตถุดิบในพื้นที่และเทคนิคดั้งเดิม
เมนูเด่นของร้านคือ “เฮกิโซบะ” ที่ใช้สาหร่ายฟุโนะริเป็นส่วนผสมเชื่อมแป้ง
จุดเด่นคือสัมผัสเหนียวนุ่มและลื่นคอ กลิ่นหอมธรรมชาติของสาหร่ายช่วยขับรสของโซบะ และยังให้ความหนึบเคี้ยวเพลินอีกด้วย

ร้านที่คุณจะได้ลิ้มลองเฮกิโซบะ เมนูขึ้นชื่อของนีงาตะที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี
ร้านที่คุณจะได้ลิ้มลองเฮกิโซบะ เมนูขึ้นชื่อของนีงาตะที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี

3. ทงคัตสึซันโจ

ทงคัตสึซันโจเป็นร้านทงคัตสึเก่าแก่ในเมืองซันโจ จังหวัดนีงาตะ ที่เปิดมานานกว่า 40 ปี
เมนูมาตรฐานของร้านคือ “ข้าวหน้าคัตสึราดซอสนีงาตะ” ซึ่งนำหมูทอดส่วนสันนอกไปชุบซอสโชยุรสหวานเค็มแล้ววางบนข้าว
ที่ร้านยังมี “ข้าวหน้าฟิเลต์คัตสึราดซอส” “ข้าวหน้าชิคเก้นคัตสึราดซอส” และ “ข้าวหน้าคัตสึไข่ตุ๋น” ให้เลือกด้วย รวมแล้วเป็นเมนูข้าวหน้าคัตสึ 4 แบบ
การเพิ่มท็อปปิงกะหล่ำปลีซอยหรือหัวไชเท้าขูดก็เป็นที่นิยมเช่นกัน

ปริมาณจุใจ ร้านที่คุณจะได้ลิ้มลองข้าวหน้าคัตสึราดซอส อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของนีงาตะ
ปริมาณจุใจ ร้านที่คุณจะได้ลิ้มลองข้าวหน้าคัตสึราดซอส อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของนีงาตะ

3 ที่พักแนะนำรอบศาลเจ้ายาฮิโกะ

ถ้าอยากค่อยๆ ซึมซับบรรยากาศหลังสักการะศาลเจ้ายาฮิโกะ การพักค้างคืนสัก 1 คืนที่อิวามุโระออนเซ็นก็น่าสนใจไม่น้อย
ต่อไปนี้คือ 3 เรียวกังออนเซ็นที่น่าแนะนำเป็นพิเศษในย่านอิวามุโระออนเซ็น

1. โฮโฮ ที่พักพร้อมวิวมุมกว้างของที่ราบเอจิโกะและเทือกเขายาฮิโกะ

เรียวกังเก่าแก่ที่ก่อตั้งในช่วงต้นยุคเมจิ ตั้งอยู่ในอิวามุโระออนเซ็น แหล่งพักผ่อนชื่อดังของนีงาตะที่มีประวัติการเปิดออนเซ็นยาวนาน 300 ปี
ที่นี่มีห้องอาบน้ำขนาดใหญ่และบ่อกลางแจ้งขนาดระดับต้นๆ ของพื้นที่ ให้คุณได้เพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของอิวามุโระออนเซ็นแบบไหลตรงจากแหล่งกำเนิด
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “อาราชิโนะยุ” อ่างแร่ธาตุที่ใช้ไอน้ำจากหินแร่ธรรมชาติถึง 15 ชนิด ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นลึกถึงแกนใน จนได้รับคำชมมากมาย
ห้องพักทั้งหมดมี 50 ห้อง โดยเน้นห้องสไตล์ญี่ปุ่นแบบโชอินซุคุริ
หลายห้องสามารถมองเห็นสวนขนาด 1,000 สึโบะและเทือกเขายาฮิโกะจากริมหน้าต่าง ให้คุณเพลิดเพลินกับสวนญี่ปุ่นและทิวทัศน์ชนบทที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลและช่วงเวลาได้แม้อยู่ในห้องพัก

เรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นในอิวามุโระออนเซ็น แหล่งพักผ่อนชื่อดังของนีงาตะ ก่อตั้งมาตั้งแต่ช่วงต้นยุคเมจิ
เรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นในอิวามุโระออนเซ็น แหล่งพักผ่อนชื่อดังของนีงาตะ ก่อตั้งมาตั้งแต่ช่วงต้นยุคเมจิ

2. ชางะโนะซาโตะ ยูเมยะ

ที่พักมากเสน่ห์ซึ่งเปิดให้บริการในปี 1988 ตั้งอยู่ในอิวามุโระออนเซ็น แหล่งพักผ่อนชื่อดังของนีงาตะ
ที่นี่ถือกำเนิดขึ้นในฐานะที่พักในเครือของเรียวกังเก่าแก่ฟูจิยะซึ่งเปิดกิจการมาตั้งแต่ต้นยุคเมจิ ตัวอาคารหลักแบบสุกิยะมีห้องพัก 10 ห้อง และยังมีอาคารแยกอีก 1 หลัง รวมทั้งหมดเพียง 11 ห้องเท่านั้น จึงมอบบรรยากาศหรูหราเป็นส่วนตัว
ห้องพักแต่ละห้องมีเอกลักษณ์ต่างกัน พร้อมพื้นที่กว้างขวางและการตกแต่งแบบญี่ปุ่นอย่างพิถีพิถัน
บรรยากาศที่ผสานทั้งความสบายและความมีเสน่ห์นี้ ช่วยมอบความผ่อนคลายและความสงบให้กับผู้มาเยือน

ดื่มด่ำช่วงเวลาแสนพิเศษกับอาหารที่ได้รับการยอมรับและออนเซ็นชั้นเยี่ยม
ดื่มด่ำช่วงเวลาแสนพิเศษกับอาหารที่ได้รับการยอมรับและออนเซ็นชั้นเยี่ยม

3. โคชิโนะยาโดะ ทากาชิมายะ

เรียวกังชื่อดังระดับต้นๆ ของนีงาตะ ซึ่งมีเรื่องเล่าว่าจักรพรรดิเมจิเคยเสด็จแวะพักระหว่างทาง
อิวามุโระออนเซ็นที่ตั้งของเรียวกังแห่งนี้เป็นออนเซ็นประวัติศาสตร์ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1713
อยู่ไม่ไกลจากศาลเจ้ายาฮิโกะ และเคยรุ่งเรืองในฐานะแหล่งออนเซ็นบนเส้นทางคิตากุนิไคโดะ
อาคารหลักเป็นคฤหาสน์หัวหน้าหมู่บ้านที่สร้างขึ้นในยุคเอโดะ มีอายุราว 260 ปี และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทจับต้องได้ของประเทศ
สวนที่ประดับด้วยป่าไผ่ สนเก่าแก่ และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาลก็งดงามไม่แพ้กัน ยิ่งในยามค่ำคืนที่มีการเปิดไฟยิ่งบรรยากาศดีมาก

ที่พักเงียบสงบที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของญี่ปุ่นผ่านออนเซ็น อาหาร สถาปัตยกรรม และสวน
ที่พักเงียบสงบที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของญี่ปุ่นผ่านออนเซ็น อาหาร สถาปัตยกรรม และสวน

รีวิวของศาลเจ้ายาฮิโกะ

4.18

มีการแปลบางส่วนด้วย AI

    พอเดินเข้าไปในศาลเจ้ายาฮิโกะ ก็เหมือนก้าวเข้าสู่เขตศักดิ์สิทธิ์
    ทันทีที่เริ่มเดินบนทางเข้า ก็จะสัมผัสได้ถึงอากาศเย็นสดชื่น ต้นไม้สูงใหญ่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ให้ความรู้สึกสงบและขรึมขลัง
    ตอนที่เดินผ่านประตูซุยจินมงไป ภาพของศาลาบูชาที่ซ้อนกับแนวภูเขายาฮิโกะด้านหลัง ทำให้บรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์เป็นพิเศษ

    เดินผ่านทางเข้าที่เรียงรายไปด้วยต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ ก็จะถึงบริเวณศาลเจ้า เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ถ้ามาเที่ยวนีงาตะ อยากให้หาโอกาสมาเยือนสักครั้ง!!

  • บรรยากาศเงียบสงบ อากาศดี เป็นจุดพลังใจของนีงาตะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศาลเจ้ายาฮิโกะ

Q

เทพเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้ายาฮิโกะคือองค์ใด?

A

ภายในบริเวณศาลเจ้ามีศาลย่อยที่ประดิษฐานเทพหลายองค์ แต่เทพเจ้าหลักคืออิยาฮิโกะโอกามิ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ อาเมะโนะคาโกยามะโนะมิโคโตะ

Q

ศาลเจ้ายาฮิโกะเด่นเรื่องการขอพรด้านใด?

A

มีความเชื่อว่าสามารถขอพรเรื่องการค้ารุ่งเรืองและความรักสมหวังได้

Q

เครื่องรางของศาลเจ้ายาฮิโกะช่วยเสริมสิริมงคลเรื่องอะไรได้บ้าง?

A

เชื่อกันว่าช่วยเสริมความสงบสุขในครอบครัวและการฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วย เป็นต้น

บทสรุป

บทความนี้ได้พาคุณไปรู้จักเสน่ห์และจุดเด่นของศาลเจ้ายาฮิโกะ รวมถึงข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเดินทาง
หากใช้บทความนี้เป็นข้อมูลประกอบ คุณก็น่าจะเที่ยวชมจุดน่าสนใจต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ พร้อมสัมผัสพลังศักดิ์สิทธิ์ของหนึ่งในสถานที่ชื่อดังที่สุดของนีงาตะไปด้วย
ถ้ากำลังวางแผนเที่ยวนีงาตะต่อ ลองอ่านบทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารในนีงาตะเพิ่มเติมได้เลย