【โมเดลคอร์ส 2 วัน 1 คืนในนีงาตะ】ถิ่นสาเก ถิ่นข้าว! ตะลุยกินความอร่อยของนีงาตะให้ครบ!

【โมเดลคอร์ส 2 วัน 1 คืนในนีงาตะ】ถิ่นสาเก ถิ่นข้าว! ตะลุยกินความอร่อยของนีงาตะให้ครบ!

อัปเดต :
เขียนโดย:  mizutama_renga
ตรวจสอบโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกทริปที่มีทั้งวิวดี ของกินอร่อย และบรรยากาศท้องถิ่นชวนเพลิน นีงาตะก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจไม่น้อย
จังหวัดที่หันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่นแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่อดีตว่าเป็น “ถิ่นข้าว” และ “ถิ่นสาเก”
ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ ที่ให้สัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมมากมาย เช่น เกาะซาโดะ, ออนเซ็นเอจิโกะยูซาวะ และศาลเจ้ายาฮิโกะ ไม่ว่าจะมาเยือนฤดูไหนก็ได้พบเสน่ห์เฉพาะของนีงาตะ
โมเดลคอร์สนี้เริ่มต้นจากเมืองนีงาตะ แล้วพาไปลิ้มลองสาเกท้องถิ่น ขนมข้าว และแช่ออนเซ็นชื่อดังอย่างสึกิโอกะออนเซ็น เพื่อดื่มด่ำกับ “ความอร่อยของนีงาตะ” ให้เต็มที่
วันที่ 2 จะพาไปยังเมืองปราสาทมุราคามิ เพลิดเพลินกับเนื้อมุราคามิและอาหารปลาแซลมอนแบบดั้งเดิม ในทริป 2 วัน 1 คืนที่ชวนให้รู้จักวัฒนธรรมอาหารอย่างลึกซึ้ง

Day1|เดินเล่นในเมือง ตะลุยอาหารและสาเกของนีงาตะ

ทริปวันแรกเริ่มกันที่สถานี JR นีงาตะ จากตรงนี้เดินประมาณ 20 นาทีก็จะถึงจุดหมายแรก “หอสังเกตการณ์ Befco Bakauke”

ไปชม “หอสังเกตการณ์ Befco Bakauke” จุดชมวิวสูงเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านทะเลญี่ปุ่น

“หอสังเกตการณ์ Befco Bakauke” บนชั้น 31 ของโทคิเมสเซะ (Toki Messe) เป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่สามารถมองเห็นตัวเมืองนีงาตะและทะเลญี่ปุ่นได้แบบพาโนรามาจากความสูงประมาณ 125 เมตรเหนือพื้นดิน
ในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองไกลไปถึงเกาะซาโดะและเทือกเขาโกซุ เป็นวิวอลังการที่เหมาะกับการเริ่มต้นทริปอย่างยิ่ง
จะแวะพักที่คาเฟ่ริมหน้าต่าง “สกายเลานจ์ PANORAMA” พลางชมวิวและจินตนาการถึงสถานที่ต่าง ๆ ในทริปนีงาตะต่อจากนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจ
นอกจากนี้ยังแวะดูร้านขายของฝาก หรือเช็กข้อมูลสถานที่เที่ยวถัดไปที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางต่อ

ฝั่งตะวันตก ในวันที่อากาศดีสามารถมองเห็นได้ไกลถึงเกาะซาโดะ
ฝั่งตะวันตก ในวันที่อากาศดีสามารถมองเห็นได้ไกลถึงเกาะซาโดะ
ที่ “สกายเลานจ์ PANORAMA” สามารถเพลิดเพลินกับอาหารหรือช่วงเวลาคาเฟ่พร้อมชมวิวสวยได้
ที่ “สกายเลานจ์ PANORAMA” สามารถเพลิดเพลินกับอาหารหรือช่วงเวลาคาเฟ่พร้อมชมวิวสวยได้

แวะมื้อกลางวันเร็วขึ้นเล็กน้อยที่ “มินาโตะโนะมาร์เชะ เพียร์ Bandai” แหล่งรวมของอร่อยจากนีงาตะ

หลังชมวิวสวยเต็มอิ่มแล้ว เดินจากหอสังเกตการณ์ประมาณ 10 นาทีไปยัง “มินาโตะโนะมาร์เชะ เพียร์ Bandai”
ที่นี่คือตลาดที่รวมของอร่อยจากทั่วจังหวัดไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดจากทะเลญี่ปุ่น ผักและผลไม้ท้องถิ่น รวมถึงข้าวนีงาตะ
ภายในตลาดมีร้านซูชิและข้าวหน้าอาหารทะเลเรียงราย ให้ได้ลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่กันตรงนั้นเลย
ยังมีทั้งคาเฟ่และอาหารอิตาเลียน เลือกได้ตามอารมณ์ในวันนั้น
บางช่วงยังมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักที่มีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวแวะเวียนมา เหมาะกับการนั่งพักกินมื้อกลางวันแบบสบาย ๆ

อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสดคุณภาพเยี่ยมได้ที่ร้านอย่างซูชิสายพาน
อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสดคุณภาพเยี่ยมได้ที่ร้านอย่างซูชิสายพาน

ไปยัง “สะพานบันได” สัญลักษณ์ของเมืองนีงาตะกับสะพานโค้งอันงดงาม

หลังอิ่มอร่อยจากตลาดที่รวมของดีของนีงาตะแล้ว เดินเลียบแม่น้ำชินาโนะไปยัง “สะพานบันได”
สะพานแห่งนี้มีความยาว 306.9 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนีงาตะ โดดเด่นด้วยซุ้มโค้งที่เรียงตัวอย่างสวยงามในระยะเท่า ๆ กัน ตัวสะพานรุ่นที่ 3 ในปัจจุบันซึ่งสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1929 มีรูปลักษณ์ก่อด้วยหินและตกแต่งด้วยหินแกรนิตอย่างสง่างาม จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของประเทศ
ระหว่างเดินข้ามบนทางเท้ากว้าง ๆ อย่างสบาย ๆ จะได้สัมผัสบรรยากาศเมืองนีงาตะที่เติบโตเคียงคู่กับแม่น้ำชินาโนะ
หากลงไปยังทางเดินริมแม่น้ำจากเชิงสะพาน ก็จะได้พบกับมุมถ่ายรูปสวยที่มีเงาสะพานโค้งสะท้อนบนผิวน้ำ เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพไปพร้อมกัน

มีทางเท้ากว้างให้เดินข้ามได้สะดวก และช่วงกลางคืนที่เปิดไฟก็สวยไม่แพ้กัน
มีทางเท้ากว้างให้เดินข้ามได้สะดวก และช่วงกลางคืนที่เปิดไฟก็สวยไม่แพ้กัน

แวะ “พิพิธภัณฑ์ข้อมูลมังงะและอนิเมะเมืองนีงาตะ” ระหว่างเดินเที่ยวในเมือง!

ข้ามสะพานบันไดแล้ว เดินต่อประมาณ 6 นาทีไปยัง “พิพิธภัณฑ์ข้อมูลมังงะและอนิเมะเมืองนีงาตะ”
ที่นี่เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานของนักเขียนการ์ตูนและครีเอเตอร์อนิเมะที่มีความเกี่ยวข้องกับนีงาตะ เช่น ฟูจิโอะ อาคัตสึกะ และรูมิโกะ ทาคาฮาชิ
ภายในมีทั้งโซนประสบการณ์ที่สามารถเล่นไล่จับกับรัมจังจาก “Urusei Yatsura” และบูธทดลองพากย์เสียง ให้คุณได้ใช้เวลาเหมือนหลุดเข้าไปในโลกของผลงานจริง ๆ
เป็นอีกจุดที่แวะได้แบบสบาย ๆ และช่วยให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมมังงะที่นีงาตะภาคภูมิใจ

ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน “88 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งอนิเมะญี่ปุ่นที่อยากไปเยือน”
ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน “88 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งอนิเมะญี่ปุ่นที่อยากไปเยือน”
มีโซนอย่างบูธพากย์เสียงให้ได้สัมผัสโลกของมังงะและอนิเมะ
มีโซนอย่างบูธพากย์เสียงให้ได้สัมผัสโลกของมังงะและอนิเมะ

เข้าร่วมทัวร์ชมการผลิตสาเกที่ “อิมาโยสึคาสะ ชุโซ”

จุดหมายถัดไปคือ “อิมาโยสึคาสะ ชุโซ” (Imayotsukasa Shuzo) โรงสาเกเก่าแก่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1767 ใช้นั่งแท็กซี่ประมาณ 8 นาที
ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงสาเกที่อยู่ใกล้สถานีนีงาตะมากที่สุด และยังคงใส่ใจการผลิตสาเกด้วยวิธีหมักจากข้าวล้วนทั้งหมดอย่างพิถีพิถัน
ในทัวร์ชมโรง จะได้ฟังคำอธิบายจากช่างทำสาเกพร้อมชมขั้นตอนการหมักและการเก็บรักษาอย่างใกล้ชิด
ในวันธรรมดามีทัวร์พร้อมไกด์ภาษาอังกฤษตั้งแต่เวลา 14:00 จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย
ภายในโรงยังจัดแสดงป้ายเก่าและอุปกรณ์การทำสาเก ให้สัมผัสบรรยากาศในอดีตได้อย่างชัดเจน
หลังจบทัวร์สามารถไปชิมสาเกท้องถิ่นที่มุมชิมสาเก
จะลองหาขวดที่ถูกใจ หรือเลือกของฝากดีไซน์สวยอย่างขวดลายปลาคาร์ป ก็ช่วยให้สนุกกับวัฒนธรรมสาเกญี่ปุ่นได้ครบทุกประสาทสัมผัส

ดื่มด่ำสาเกท้องถิ่นที่สถานีนีงาตะ! ชิมสาเกและเลือกของฝากที่ “ปงชุคัง สาขาสถานีนีงาตะ”

หลังจบทริปชมโรงสาเกแล้ว มุ่งหน้าไปยัง “ปงชุคัง สาขาสถานีนีงาตะ” ภายในอาคารสถานีนีงาตะ
ที่นี่สามารถชิมและซื้อสาเกญี่ปุ่นจากโรงสาเกทุกแห่งในจังหวัดนีงาตะได้ ถือเป็นหนึ่งในแหล่งรวมสาเกท้องถิ่นที่ครบที่สุดในจังหวัด
ที่ “คิคิซาเกะบันโช” สามารถใช้เหรียญเลือกสาเกที่อยากลองและชิมเปรียบเทียบได้อย่างสะดวก หากเจอรสที่ชอบก็ซื้อกลับได้ทันที
ยังมีของขึ้นชื่ออย่าง “ข้าวปั้นระเบิด” มิโซะ และขนมข้าว รวมถึงสินค้าพื้นเมืองของนีงาตะอีกมากมาย เหมาะทั้งสำหรับคนดื่มและคนที่กำลังมองหาของฝากให้ผู้ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
แวะพักระหว่างทางพร้อมลิ้มลอง “ความอร่อยของนีงาตะ” กันต่อได้อย่างสบาย ๆ

ลองทำขนมเซ็มเบ้ชิ้นเดียวในโลกที่ “นีงาตะเบกกะ พรีเมียมเซ็มเบ้เด็ง”!

หลังดื่มด่ำกับสาเกของนีงาตะแล้ว ก็ออกเดินทางสู่สึกิโอกะออนเซ็น โดยนั่งรถไฟสาย JR ฮาคุชินจากสถานีนีงาตะไปยังสถานีโทโยซากะ
จากนั้นต่อรถชัตเทิลบัสที่ออกจากหน้าสถานี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที

เมื่อถึงสึกิโอกะออนเซ็น จุดแรกที่ควรแวะคือ “นีงาตะเบกกะ พรีเมียมเซ็มเบ้เด็ง” ซึ่งอยู่บริเวณหนึ่งของย่านออนเซ็น
ที่นี่เป็นร้านเซ็มเบ้เฉพาะทางที่สะท้อนความเป็นนีงาตะในฐานะแหล่งผลิตข้าว โดยมีขนมข้าววางจำหน่ายอย่างน้อย 30 ชนิดตลอดเวลา
กิจกรรมยอดนิยมในร้านคือ “ประสบการณ์ย่างเซ็มเบ้” ที่สามารถย่างแผ่นขนมแล้ววาดรูปหรือเขียนข้อความตามใจชอบ
เมื่อบรรจุเซ็มเบ้ที่เพิ่งย่างเสร็จลงกล่อง ก็จะได้เซ็มเบ้ออริจินัลแผ่นเดียวในโลกกลับไปเป็นที่ระลึก
หน้าร้านยังมีเซ็มเบ้แตกจำหน่ายในราคาพิเศษ และสินค้าลิมิเต็ดของ “Bakauke” ให้เลือก เหมาะกับการหาซื้อของฝากด้วย
ท่ามกลางกลิ่นหอมอบอวล จะได้เพลิดเพลินกับรสชาติและวัฒนธรรมแบบนีงาตะอย่างเต็มอิ่ม

มีเซ็มเบ้หลากหลายชนิดเรียงราย รวมถึงเซ็มเบ้แตกที่ซื้อได้ในราคาคุ้มค่า!
มีเซ็มเบ้หลากหลายชนิดเรียงราย รวมถึงเซ็มเบ้แตกที่ซื้อได้ในราคาคุ้มค่า!
การทำเซ็มเบ้ออริจินัลเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ ของการเดินทาง
การทำเซ็มเบ้ออริจินัลเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ ของการเดินทาง

ผ่อนคลายที่ “ชิราทามะโนะยุ คะโฮ” ที่พักในสึกิโอกะออนเซ็นซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำแร่เพื่อผิวสวย

หลังสนุกกับการย่างเซ็มเบ้แล้ว ก็ถึงเวลามุ่งหน้าสู่สึกิโอกะออนเซ็น ออนเซ็นชื่อดังระดับตัวแทนของจังหวัดนีงาตะ
น้ำแร่กำมะถันที่มีความเป็นด่างอ่อน ๆ แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติช่วยให้ผิวดูสวย จนได้รับฉายาว่าเป็น “ออนเซ็นเพื่อผิวสวย”
ทั่วเมืองมีทั้งแช่เท้า คาเฟ่ และร้านขายของฝากกระจายอยู่ ให้บรรยากาศสงบผ่อนคลายแบบเมืองออนเซ็น
“ชิราทามะโนะยุ คะโฮ” (Shiratama no Yu Kahou) ที่ตั้งอยู่บนเนินเตี้ย ๆ เป็นเรียวกังขนาดใหญ่ที่โดดเด่นเรื่องการบริการอย่างมีคุณภาพ โดยบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัว “ชิราทามะโนะยุ” มีสีเขียวมรกต และเป็นน้ำแร่กำมะถันที่มีปริมาณสารประกอบสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ
ที่นี่มีบ่ออาบน้ำกลางแจ้งแบบเดินวนแช่หลายจุด ทั้งบ่อหินและบ่อฮิโนกิที่เชื่อมถึงกันด้วยวูดเด็ค ให้เพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นได้เต็มที่ อีกทั้งยังมีบ่อในร่มขนาดกว้างและบ่อส่วนตัวให้ใช้บริการ จึงดื่มด่ำกับคุณภาพของน้ำแร่ได้อย่างจุใจ
หลังแช่ออนเซ็น ยังได้ลิ้มลองอาหารชุดไคเซกิที่รวมรสชาติประจำฤดูกาลของนีงาตะ และพักผ่อนในห้องพักอย่างสบายเพื่อคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

Day2|วันที่ 2 มุ่งหน้าสู่มุราคามิ เมืองปราสาทที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อมุราคามิและปลาแซลมอนมุราคามิ

วันที่สองของทริป เราจะออกจากบรรยากาศออนเซ็นแล้วมุ่งหน้าไปยังเมืองปราสาทมุราคามิ เพื่อสัมผัส “อีกด้านหนึ่งของนีงาตะ” ที่เต็มไปด้วยอาหารและประวัติศาสตร์

เดินเล่นบนถนนกำแพงดำที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของ “มุราคามิ”

หลังผ่อนคลายที่สึกิโอกะออนเซ็นแล้ว เช้าวันที่ 2 ให้นั่งรถชัตเทิลบัสไปยังสถานีโทโยซากะ
จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย JR ฮาคุชิน และสายอุเอ็ตสึ ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ก็จะถึงสถานีมุราคามิ ประตูสู่เมืองปราสาท

“มุราคามิ” (Murakami) เติบโตมาในฐานะเมืองปราสาทของแคว้นมุราคามิ จุดเด่นคือบรรยากาศเมืองอันสงบที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยของย่านซามูไรและย่านพ่อค้าไว้อย่างชัดเจน
ที่นี่ยังเป็นดินแดนที่วัฒนธรรมปลาแซลมอนเติบโตขึ้นรอบแม่น้ำมิโอะโมเตะ ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ปลาแซลมอนว่ายทวนน้ำกลับมา และประวัติศาสตร์นั้นก็ยังคงมีชีวิตอยู่ในเมืองจนถึงทุกวันนี้
เมื่อเดินจากสถานีมุราคามิมุ่งหน้าไปยังถนนกำแพงดำ จะพบตรอกที่เรียกว่าอันเซ็นโคจิ ซึ่งเรียงรายไปด้วยกำแพงดำ
มีทั้งบ้านโบราณและวัดกระจายอยู่ทั่วไป ให้ได้เดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ พร้อมสัมผัสเสน่ห์เฉพาะของเมืองปราสาทอย่างเต็มที่

อันเซ็นโคจิ ตรอกที่มีกำแพงดำเรียงต่อกันอย่างมีเสน่ห์
อันเซ็นโคจิ ตรอกที่มีกำแพงดำเรียงต่อกันอย่างมีเสน่ห์

พกความอร่อยระหว่างเดินเที่ยวกับโคร็อกเกะเนื้อมุราคามิที่ “บิชกุยะ ยามะชิน”!

เดินชมเมืองมุราคามิไปพร้อม ๆ กับมุ่งหน้าไปยัง “บิชกุยะ ยามะชิน”

ที่นี่เป็นร้านเฉพาะทางที่จำหน่ายเนื้อมุราคามิ แบรนด์เนื้อชื่อดังประจำเมืองมุราคามิ โดยมีตั้งแต่เนื้อสดไปจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป และยังมีร้านอาหารในตัวด้วย
ของขึ้นชื่อที่หน้าร้านคือเมนูซื้อกลับอย่างโคร็อกเกะเนื้อมุราคามิทำมือ ซึ่งได้รับความนิยมมาก เหมาะสำหรับซื้อเป็นของกินระหว่างเดินเล่น ให้คุณได้ลิ้มรสความหอมกรอบจากของทอดใหม่ ๆ และรสอูมามิอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อมุราคามิแบบง่าย ๆ ระหว่างเดินเที่ยวก็อิ่มอร่อยกับรสชาติของมุราคามิได้แบบสบาย ๆ

“โคร็อกเกะเนื้อมุราคามิ” ที่ได้รับความนิยมจากการบอกต่อ
“โคร็อกเกะเนื้อมุราคามิ” ที่ได้รับความนิยมจากการบอกต่อ
นอกจาก “โคร็อกเกะเนื้อมุราคามิ” ยังมีอาหารซื้อกลับอื่น ๆ ให้เลือกที่หน้าร้าน
นอกจาก “โคร็อกเกะเนื้อมุราคามิ” ยังมีอาหารซื้อกลับอื่น ๆ ให้เลือกที่หน้าร้าน

เลือกของฝากที่ “เซ็นเน็นซาเกะ คิกกาวะ” ร้านที่พิถีพิถันกับวิธีผลิตแบบดั้งเดิม

ระหว่างชิมโคร็อกเกะเนื้อมุราคามิ ก็เดินต่อไปยังย่านที่เรียงรายด้วยบ้านมาจิยะแบบเมืองปราสาท
อาคารร้านค้าไม้และหน้าร้านแบบดั้งเดิมที่ต่อเนื่องกัน ทำให้แม้เพียงเดินชมภายนอกก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศของเมืองเก่าอย่างชัดเจน
เมื่อเดินไปตามถนนที่เต็มไปด้วยบ้านมาจิยะแบบเมืองปราสาท ก็จะมาถึงร้านแปรรูปปลาแซลมอน “เซ็นเน็นซาเกะ คิกกาวะ” ซึ่งใช้ประโยชน์จากอาคารอายุ 130 ปีที่สร้างขึ้นในสมัยเมจิ

ด้านในอาคารซึ่งเดิมเคยเป็นโรงผลิตสาเก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของชาติ จะได้พบภาพอันน่าตื่นตาของปลาแซลมอนประมาณ 1,000 ตัวที่ถูกแขวนเรียงอยู่บนคาน
ที่นี่มีผลิตภัณฑ์ปลาแซลมอนที่ทำด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมโดยไม่ใช้วัตถุเจือปนอาหารหรือผงชูรส รวมถึงสินค้าที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่อีกมากมาย เหมาะกับการเลือกซื้อของฝากอย่างยิ่ง

ภาพปลาแซลมอนที่แขวนบ่มสุกเรียงราย เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก
ภาพปลาแซลมอนที่แขวนบ่มสุกเรียงราย เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก
มีสินค้าที่เหมาะซื้อเป็นของฝาก เช่น “แฮมปลาแซลมอนดิบ”
มีสินค้าที่เหมาะซื้อเป็นของฝาก เช่น “แฮมปลาแซลมอนดิบ”

มื้อกลางวันกับชุดอาหารปลาแซลมอน 8 อย่างที่ “เซ็นเน็นซาเกะ อิซึสึยะ” เพื่อดื่มด่ำกับปลาแซลมอนมุราคามิ!

หลังซื้อของฝากแล้ว ก็ถึงเวลามื้อกลางวันที่หลายคนรอคอย มุ่งหน้าไปยัง “เซ็นเน็นซาเกะ อิซึสึยะ” ร้านอาหารเฉพาะทางด้านปลาแซลมอนที่ดูแลโดย “เซ็นเน็นซาเกะ คิกกาวะ” ตัวอาคารแห่งนี้เคยใช้เป็นที่พักแรมแบบฮาตาโกะ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของชาติ

มื้อกลางวันที่นี่จะได้ลิ้มลองคอร์สปลาแซลมอนขึ้นชื่อ “อาหารปลาแซลมอน 8 อย่าง”
มีทั้งปลาแซลมอนหมักเกลือ ซาเกะบิตาชิ และยากิซึเกะ ซึ่งล้วนเป็นรสชาติดั้งเดิมของมุราคามิที่ใช้ประโยชน์จากการหมักและการบ่มอย่างเต็มที่ รับประทานคู่กับข้าวหุงใหม่ร้อน ๆ ได้อย่างอร่อย
นี่คือช่วงเวลาที่จะได้ค่อย ๆ ลิ้มรส “วัฒนธรรมปลาแซลมอนของมุราคามิ” ที่หาไม่ได้จากที่อื่น

ลิ้มรสอาหารปลาแซลมอนแบบดั้งเดิมของมุราคามิได้ที่นี่
ลิ้มรสอาหารปลาแซลมอนแบบดั้งเดิมของมุราคามิได้ที่นี่
ภายในอาคารยังคงบรรยากาศแบบโรงแรมที่พักโบราณไว้อย่างมีเสน่ห์
ภายในอาคารยังคงบรรยากาศแบบโรงแรมที่พักโบราณไว้อย่างมีเสน่ห์

เรียนรู้วัฒนธรรมของมุราคามิและปลาแซลมอนที่ “อิโยโบยะไคคัง”

หลังอิ่มอร่อยกับมื้อกลางวันปลาแซลมอนเต็มโต๊ะที่อิซึสึยะแล้ว เดินต่อประมาณ 15 นาทีไปยัง “อิโยโบยะไคคัง”

สำหรับที่นี่ ชื่อสถานที่มาจากคำในภาษาถิ่นของมุราคามิที่ว่า “อิโยโบยะ = ปลาแซลมอน” และยังเป็นพิพิธภัณฑ์ปลาแซลมอนแห่งแรกของญี่ปุ่นด้วย
พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ภายในสวนปลาแซลมอน และช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างแม่น้ำมิโอะโมเตะกับปลาแซลมอนได้มากยิ่งขึ้น
ภายในมีทั้งสื่อภาพและนิทรรศการที่ให้เรียนรู้ประวัติการจับปลาแซลมอนและระบบนิเวศ อีกทั้งยังมีมินิโรงเพาะฟักให้ชมการฟักตัวจากไข่ และห้องสังเกตการณ์ระบบนิเวศที่สามารถดูทั้งลูกปลาและปลาโตเต็มวัยได้อย่างใกล้ชิด
หนึ่งในโซนที่ไม่ควรพลาดคือ “อาคารธรรมชาติสังเกตปลาแซลมอนแม่น้ำมิโอะโมเตะ” ซึ่งสามารถมองลงไปใต้น้ำของแม่น้ำทาเนะกาวะได้
หากโชคดี อาจได้เห็นปลาแซลมอนที่ว่ายทวนน้ำขึ้นมา หรือแม้แต่ภาพการวางไข่ด้วย
เป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้อันมีคุณค่า ที่จะทำให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมปลาแซลมอนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของมุราคามิอย่างแท้จริง

สังเกตได้ง่ายจากป้ายปลาแซลมอนขนาดใหญ่
สังเกตได้ง่ายจากป้ายปลาแซลมอนขนาดใหญ่
แนะนำประวัติและวัฒนธรรมการจับปลาแซลมอนของมุราคามิ
แนะนำประวัติและวัฒนธรรมการจับปลาแซลมอนของมุราคามิ

ตารางท่องเที่ยวโมเดลคอร์ส 2 วัน 1 คืนในนีงาตะ

Day1

10:00
สถานี JR นีงาตะ
เดินประมาณ 20 นาที
10:20
หอสังเกตการณ์ Befco Bakauke
เดินประมาณ 10 นาที
11:10
มินาโตะโนะมาร์เชะ เพียร์ Bandai
เดินประมาณ 15 นาที
12:20
สะพานบันได
เดินประมาณ 6 นาที
12:40
พิพิธภัณฑ์ข้อมูลมังงะและอนิเมะเมืองนีงาตะ
แท็กซี่ประมาณ 8 นาที
14:00
อิมาโยสึคาสะ ชุโซ
เดินประมาณ 15 นาที
15:00
ปงชุคัง สาขาสถานีนีงาตะ
สถานี JR นีงาตะ → รถไฟสาย JR ฮาคุชิน ปลายทางโทโยซากะ ประมาณ 21 นาที → ลงที่สถานีโทโยซากะ → รถชัตเทิลบัส 25 นาที → ลงที่สึกิโอกะออนเซ็น
17:20
นีงาตะเบกกะ พรีเมียมเซ็มเบ้เด็ง
เดินทางพร้อมเพลิดเพลินกับการเดินเล่นในย่านออนเซ็น
18:10
ชิราทามะโนะยุ คะโฮ

Day2

9:30
สึกิโอกะออนเซ็น → รถชัตเทิลบัสประมาณ 25 นาที → สถานีโทโยซากะ → รถไฟสาย JR ฮาคุชิน และสายอุเอ็ตสึ ประมาณ 48 นาที → สถานีมุราคามิ
11:00
มุราคามิ
เดินเที่ยว (จากสถานีเดินประมาณ 10 นาที)
11:10
บิชกุยะ ยามะชิน
เดินเที่ยว (เดินประมาณ 25 นาที)
12:10
เซ็นเน็นซาเกะ คิกกาวะ
เดินประมาณ 2 นาที
13:00
เซ็นเน็นซาเกะ อิซึสึยะ
เดินประมาณ 15 นาที
14:15
อิโยโบยะไคคัง

บทสรุป

ทริป 2 วัน 1 คืนที่พาไปตะลุยชิม “ความอร่อย” ของจังหวัดนีงาตะ เป็นอย่างไรกันบ้าง?
ครั้งนี้เราได้แนะนำเส้นทางที่ทำให้คุณสัมผัสเสน่ห์อันหลากหลายของนีงาตะ ทั้งอาหารและสาเกในเมืองนีงาตะ สึกิโอกะออนเซ็น รวมถึงวัฒนธรรมปลาแซลมอนที่ได้พบในเมืองปราสาทมุราคามิ
จังหวัดนีงาตะยังมีไฮไลต์น่าสนใจอีกมาก ตั้งแต่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของเกาะซาโดะ ออนเซ็นของเอจิโกะยูซาวะ ศาลเจ้ายาฮิโกะ ไปจนถึงทริปตระเวนโรงสาเกในเอจิโกะ
หากกำลังวางแผนเที่ยว อย่าลืมลองดู คู่มือท่องเที่ยวนีงาตะที่ควรอ่าน หากอยากเต็มอิ่มกับวิวสวยและอาหารรสเลิศ ควบคู่กันด้วยนะ

mizutama_renga

ผู้เขียน

ท่องเที่ยว・นิตยสาร กองบรรณาธิการ

mizutama_renga

อาศัยอยู่ในคันไซ ชื่นชอบการไปเยี่ยมชมวัดและพิพิธภัณฑ์ศิลปะเป็นหลักในแถบเคฮันชิน