
คู่มือตะลุยทาโกะยากิ อาหารประจำถิ่นโอซาก้าแบบครบถ้วน
ทาโกะยากิคืออาหารประจำถิ่นที่ชาวโอซาก้าหลงรัก ทำโดยเทแป้งสาลีที่ผสมกับน้ำซุปดาชิและไข่ลงในกระทะที่มีหลุมทรงกลม ใส่ปลาหมึกยักษ์หั่นชิ้น แล้วทอดให้เป็นลูกกลม จัดเป็นอาหารประเภทโคนามงที่ใช้แป้งเป็นวัตถุดิบหลัก ถึงขนาดมีคำกล่าวว่าทุกครัวเรือนในโอซาก้าต้องมีเตาทาโกะยากิ 1 เครื่อง จึงถือเป็นอาหารขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับชีวิตของชาวโอซาก้าอย่างมาก ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) ซึ่งเป็นแหล่งบันเทิงคึกคักของโอซาก้าแห่งนี้ มีร้านทาโกะยากิโดยเฉพาะตั้งเรียงรายอยู่มากมาย ในบรรดาร้านเหล่านั้นมีสถานที่จัดกิจกรรมที่ไม่เพียงได้ชิมทาโกะยากิร้อนๆ ที่เพิ่งทำเสร็จ แต่ยังได้เรียนรู้วิธีทำจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงและลงมือทำด้วยตัวเอง จนกำลังได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่นและต่างประเทศ
บทความนี้จะพาไปรู้จักทั้งวิธีทำและประวัติของทาโกะยากิ อาหารประจำถิ่นของชาวโอซาก้า พร้อมแนะนำสถานที่จัดกิจกรรม ลองอ่านก่อนเดินทางไปโอซาก้า แล้วไปสัมผัสประสบการณ์ทำทาโกะยากิอันน่าประทับใจ พร้อมลิ้มรสทาโกะยากิร้อนๆ ที่ต้นตำรับโอซาก้ากัน
ทาโกะยากิคืออะไร
ทาโกะยากิที่พบเห็นได้ตามแผงขายอาหารในงานเทศกาลและตามมุมถนน เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารที่เรียกว่าโคนามง ซึ่งเป็นตัวแทนของโอซาก้า อาหารโคนามงหมายถึงอาหารที่ใช้วัตถุดิบประเภทแป้ง เช่น แป้งสาลี เป็นส่วนประกอบหลัก โดยมีทาโกะยากิและโอโคโนมิยากิเป็นเมนูที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
ทาโกะยากิทำจากแป้งสาลีที่ผสมกับน้ำซุปดาชิและไข่ ใส่ปลาหมึกยักษ์และส่วนผสมอื่นๆ แล้วทอดเป็นลูกกลม ก่อนราดซอสและมายองเนสอย่างเต็มที่ เพราะรับประทานง่าย จึงเหมาะทั้งเป็นของว่างและอาหารมื้อหนึ่ง และเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทุกวัย เรียกได้ว่าเป็นฟาสต์ฟู้ดของโอซาก้า แม้จะมีต้นกำเนิดในโอซาก้า แต่ปัจจุบันหากินได้ทั่วญี่ปุ่น กล่าวกันว่าร้านทาโกะยากิเริ่มมีจำนวนเพิ่มขึ้นในช่วงปี 1955–1964 ขณะนั้นสามารถจับปลาหมึกยักษ์ในอ่าวโอซาก้าได้เป็นจำนวนมากและมีราคาค่อนข้างถูก จึงอาจกล่าวได้ว่าปลาหมึกยักษ์ที่มีอยู่มากมายนี้มีส่วนช่วยให้ทาโกะยากิแพร่หลาย ต่อไปจะพาไปรู้จักประวัติและวิธีทำทาโกะยากิกัน
ประวัติของทาโกะยากิ
เชื่อกันว่าต้นกำเนิดของทาโกะยากิมาจากโชโบะยากิและราจิโอยากิ ซึ่งได้รับความนิยมตั้งแต่สมัยเมจิจนถึงช่วงต้นสมัยโชวะ โชโบะยากิและราจิโอยากิทำโดยเทแป้งสาลีที่ผสมน้ำลงบนแผ่นทองแดงหรือกระทะเหล็กซึ่งมีหลุมครึ่งวงกลมคล้ายเตาทาโกะยากิในปัจจุบัน จากนั้นใส่บุก ต้นหอม ขิงดองสีแดง และโชยุแล้วทอด มักขายตามร้านขนมราคาถูกและเป็นของว่างสำหรับเด็ก ทั้ง 2 เมนูแทบจะเป็นอาหารชนิดเดียวกัน เพียงแต่แต่ละแผงเรียกชื่อต่างกัน จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในปี 1933 เมื่อแผงขายราจิโอยากิในย่านอิมาซาโตะ เมืองโอซาก้า เริ่มนำเนื้อวัวปรุงรสด้วยโชยุมาหั่นชิ้นเล็กแล้วใช้เป็นไส้ จากเดิมที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเด็ก ก็เริ่มมีลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น อีก 2 ปีต่อมา เจ้าของร้านได้รับคำแนะนำจากลูกค้าว่าให้ลองใส่ปลาหมึกยักษ์เป็นไส้ จึงเปลี่ยนจากเนื้อเป็นปลาหมึกยักษ์หั่นชิ้นเล็ก และปรุงแป้งด้วยน้ำซุปรสโชยุ เชื่อกันว่านี่คือจุดเริ่มต้นของทาโกะยากิในปัจจุบัน
วิธีทำทาโกะยากิ
มาดูวิธีทำทาโกะยากิแบบพื้นฐานกันก่อน อุปกรณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของการทำทาโกะยากิคือแผ่นทองแดงหรือกระทะเหล็กที่ใช้ทอด ซึ่งมีหลุมเป็นรูปครึ่งวงกลมสำหรับเทแป้งลงไปทอด

(1) เตรียมแป้ง
ผสมแป้งสาลี ไข่ น้ำซุปดาชิ และโชยุให้เป็นแป้งเหลว ไม่ข้นหนืดเหมือนแป้งโอโคโนมิยากิ
(2) ใส่เครื่อง
ทาน้ำมันบนเตาทาโกะยากิ เทแป้งลงไป แล้วใส่ปลาหมึกยักษ์ ต้นหอม เศษแป้งเทมปุระ และขิงดองสีแดง
(3) ทอดให้เป็นลูกกลม
เมื่อแป้งบริเวณขอบเริ่มแข็งตัว ให้ใช้ไม้ไผ่หรือเหล็กแหลมค่อยๆ พลิกขณะทอด การหมุนทีละน้อยจะช่วยให้ได้รูปทรงกลมสวยงาม
(4) แต่งหน้าให้เรียบร้อย
เมื่อทอดเสร็จแล้ว จัดใส่จาน ราดซอสและมายองเนส โรยปลาโอแห้งกับสาหร่ายอาโอโนริก็เป็นอันเสร็จ นอกจากซอสกับมายองเนสซึ่งเป็นรสชาติยอดนิยมแล้ว ยังแนะนำให้ลองปรุงแบบอื่นด้วยเกลือ ซอสพอนสึ หรือโชยุผสมน้ำซุปดาชิ
อีกเมนูของว่างยอดนิยมในหมู่เด็กคือทาโกะเซ็น โดยนำทาโกะยากิที่เพิ่งทำเสร็จวางบนข้าวเกรียบกุ้งแบบดั้งเดิมแผ่นบางกรอบที่ทำจากแป้งสาลีและวัตถุดิบอื่นๆ ราดซอส มายองเนส และโรยสาหร่ายอาโอโนริ ก่อนประกบด้วยข้าวเกรียบอีกแผ่น
ความแตกต่างระหว่างทาโกะยากิกับอากาชิยากิ
อากาชิยากิเป็นอาหารที่ใช้ปลาหมึกยักษ์เหมือนกันและมีหน้าตาคล้ายทาโกะยากิ แต่ตัวแป้งและวิธีรับประทานแตกต่างจากทาโกะยากิโดยสิ้นเชิง มาดูกันว่าแตกต่างอย่างไร

ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือปริมาณไข่ในแป้ง อากาชิยากิใช้ไข่มากกว่าทาโกะยากิ ตัวแป้งจึงออกสีเหลือง และเมื่อทอดแล้วจะนุ่มฟู อากาชิยากิมีต้นกำเนิดจากเมืองอากาชิ จังหวัดเฮียวโงะ ตามชื่อของเมนู และเชื่อกันว่าถือกำเนิดขึ้นในช่วงปลายสมัยเอโดะ ทำจากปลาหมึกยักษ์อากาชิซึ่งมีหนวดหนาและแข็งแรงจากการอาศัยอยู่ในกระแสน้ำเชี่ยว
วิธีรับประทานก็ต่างจากทาโกะยากิที่กินคู่กับซอสและมายองเนส โดยอากาชิยากิจะจุ่มลงในน้ำซุปดาชิอุ่นๆ ที่ทำจากสาหร่ายคอมบุและปลาโอแห้ง
ต้นกำเนิดของอากาชิยากิเกี่ยวข้องกับลูกปัดอากาชิ ซึ่งเป็นเครื่องประดับปะการังเทียมที่ผลิตเป็นอุตสาหกรรมท้องถิ่นของเมืองอากาชิตั้งแต่ช่วงปลายสมัยเอโดะถึงสมัยไทโช การทำลูกปัดชนิดนี้ใช้ไข่ขาวเป็นส่วนผสม จึงเหลือไข่แดงจากกระบวนการผลิต กล่าวกันว่าอากาชิยากิเกิดจากการนำไข่แดงเหล่านั้นมาใช้คู่กับปลาหมึกยักษ์ที่จับได้ในทะเลอากาชิ แม้รูปลักษณ์และวัตถุดิบจะคล้ายกัน แต่รสชาติและเนื้อสัมผัสแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ลองชิมเปรียบเทียบความแตกต่างของทั้ง 2 เมนูได้
เรียนจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงและลองทำทาโกะยากิด้วยตัวเอง
ถ้าอยากทำมากกว่าแค่ชิมทาโกะยากิ ในโอซาก้ามีสถานที่ซึ่งเปิดโอกาสให้เรียนรู้วิธีทำโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญที่ทอดทาโกะยากิมานานกว่า 20 ปี เมื่อมาโอซาก้าแล้ว ลองทอดทาโกะยากิด้วยตัวเองดูสักครั้ง แล้วจะพบว่าอาหารลูกกลมๆ นี้ทั้งยากกว่าที่คิดและมีรายละเอียดลึกซึ้งไม่น้อย
สถานที่จัดกิจกรรม ทาโกะยะ โดทงโบริ คุคุรุ สาขาพิพิธภัณฑ์โดทงโบริโคนามง
ทาโกะยะ โดทงโบริ คุคุรุ (Takoya Dotonbori Kukuru) เป็นร้านทาโกะยากิที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1985 ในย่านโดทงโบริ ซึ่งปัจจุบันมีร้านทาโกะยากิอยู่หนาแน่นมากกว่า 20 ร้าน บริหารงานโดยบริษัทชิโรฮาโตะ ฟู้ดส์ คอร์ปอเรชัน ตอนที่คุคุรุเปิดใหม่ๆ กล่าวกันว่าในโดทงโบริแทบไม่มีร้านทาโกะยากิเลย บริษัทชิโรฮาโตะ ฟู้ดส์ คอร์ปอเรชัน เริ่มจำหน่ายอากาชิยากิภายใต้ตราชิโรฮาโตะ ซึ่งเป็นต้นแบบของคุคุรุ ที่ห้างสรรพสินค้าโซโก ชินไซบาชิใกล้กับโดทงโบริในปี 1973 และเริ่มขายทาโกะยากิในอีก 3 ปีต่อมา ด้วยความตั้งใจที่จะให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับทาโกะยากิ ทางบริษัทจึงพัฒนาเมนูทาโกะยากิสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่สำหรับยุคนั้นถึง 20 ชนิด โดยเคยมีทั้งทาโกะยากิใส่ผลไม้ ของดอง และช็อกโกแลต ก่อนจะพัฒนามาเป็นคุคุรุในโดทงโบริปัจจุบัน ความตั้งใจที่อยากให้ผู้คนจำนวนมากได้สนุกกับทาโกะยากิยิ่งเพิ่มมากขึ้น ที่สาขาพิพิธภัณฑ์โดทงโบริโคนามงจึงมีทั้งพื้นที่เรียนรู้ประวัติทาโกะยากิและคลาสสำหรับลงมือทำด้วยตัวเอง จุดสังเกตของร้านคือป้ายปลาหมึกยักษ์สามมิติขนาดใหญ่ ปัจจุบันคุคุรุมีประมาณ 50 สาขาทั่วญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในร้านทาโกะยากิที่มีชื่อเสียง

- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- 道頓堀くくるコナモンミュージアム
- รหัสไปรษณีย์
- 542-0077
- ที่อยู่
-
1-6-12 โดทงโบริ เขตชูโอ เมืองโอซาก้า จังหวัดโอซาก้า
Google Maps - หมายเลขโทรศัพท์
- 06-621-6678
- วันหยุด
- เปิดทุกวัน
- เวลาเปิด
-
วันธรรมดา 11:00–21:00, วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:00–21:00 (ลาสต์ออเดอร์ 20:30)
【เวลารับลงทะเบียนกิจกรรมทำตัวอย่างแว็กซ์】 วันธรรมดา 11:30–19:15, วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:30–19:15
※ตารางเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
※ปิดรับลงทะเบียนทันทีเมื่อครบจำนวน
※กรุณามาถึงชั้น 3 ของ “พิพิธภัณฑ์โดทงโบริ โคนามง” ล่วงหน้า 5 นาทีก่อนเวลาที่จองไว้ - ราคา
- เข้าชมฟรี
- การเดินทาง
- เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานีนัมบะ ของรถไฟโอซาก้าเมโทร สายมิโดสึจิ
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
ทั้งทาโกะยากิเนื้อนุ่มละลายในปากไส้ปลาหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่ และเมนูเฉพาะสาขา
โดทงโบริ คุคุรุ มีทั้งเมนูยอดนิยมประจำร้านและเมนูเฉพาะสาขาให้เลือกมากมาย จนชวนให้อยากออกตระเวนชิมคุคุรุแต่ละสาขา
ทาโกะยากิไส้ปลาหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่
เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งต้องยกให้ทาโกะยากิไส้ปลาหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่ รสชาติต้นตำรับแท้ๆ ด้านนอกนุ่มฟู ส่วนด้านในเนียนละลายในปาก อัดแน่นด้วยปลาหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่เนื้อเด้ง จึงทั้งอร่อยและอิ่มเต็มคำ กล่าวกันว่าเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การพรมไวน์ขาวในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งช่วยเพิ่มความนุ่มละมุนและทำให้กลิ่นรสเด่นชัดยิ่งขึ้น รับประทานพร้อมซอสสูตรลับและมายองเนสที่ราดมาอย่างเต็มที่
อากาชิยากิเมนูขึ้นชื่อรสชาติสูตรลับ
อากาชิยากิเมนูขึ้นชื่อรสชาติสูตรลับก็เป็นอีกจานที่น่าสนใจ ทำจากแป้งสูตรเฉพาะซึ่งใช้ไข่ในปริมาณมากจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มฟู เมื่อนำไปจุ่มน้ำซุปจะชุ่มฉ่ำและละลายในปาก
ทาโกะเมชิหุงสดภายในร้าน
ทาโกะเมชิหุงสดภายในร้านเป็นหนึ่งในเมนูปลาหมึกยักษ์ที่ไม่ใช่ทาโกะยากิ ทำจากปลาหมึกยักษ์เนื้อเด้งและข้าวสีม่วงดำเนื้อหนึบ เป็นอีกเมนูยอดนิยมของร้าน
ยากิโซบะ
ยากิโซบะก็เป็นอาหารประจำถิ่นยอดนิยมของชาวโอซาก้าเช่นเดียวกับทาโกะยากิและโอโคโนมิยากิ ยากิโซบะของโดทงโบริ คุคุรุ มีเอกลักษณ์แบบร้านทาโกะยากิด้วยการใส่ปลาหมึกยักษ์เนื้อเด้ง ผัดกับซอสสูตรลับของคุคุรุ และยังได้รสอูมามิจากหมูดำอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีเมนูเฉพาะสาขาอีกมากมาย ล้วนเป็นทาโกะยากิสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์ ลองออกตระเวนชิมคุคุรุแต่ละสาขาเพื่อค้นหารสชาติที่ชอบกัน
รับคำแนะนำจากมืออาชีพโดยตรงและลงมือทำทาโกะยากิ
สาขาพิพิธภัณฑ์โดทงโบริโคนามงมีกิจกรรมทำทาโกะยากิ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
กิจกรรมจัดขึ้นที่ชั้น B1

ที่นั่งเคาน์เตอร์แต่ละที่มีเตาทาโกะยากิเตรียมไว้ให้ 1 เครื่อง รวมทั้งหมด 10 เครื่อง จึงรองรับผู้เข้าร่วมพร้อมกันได้สูงสุด 10 คน และด้านหน้าเตายังมีผ้าคาดศีรษะเตรียมไว้ด้วย สวมแล้วจะได้อารมณ์เหมือนเป็นช่างทำทาโกะยากิ เตรียมใจให้พร้อมแล้วเริ่มกันเลย

กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้เลือกไส้ทาโกะยากิได้ตามใจ มีทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ ปลาหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่ซึ่งเป็นไส้มาตรฐาน ไข่ปลาค็อดรสเผ็ด ชีส โมจิ และเบคอน ปลาหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่ใช้ปลาหมึกยักษ์มาดาโกะซึ่งมีเนื้อนุ่ม แม้ผ่านความร้อนก็หดตัวได้ยาก จึงยังคงชิ้นใหญ่

ไข่ปลาค็อดรสเผ็ดมีเม็ดกรุบๆ คล้ายงา ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสสนุกๆ ส่วนชีสและโมจิจะทำให้ทาโกะยากิมีความยืดเยิ้มมากขึ้น หากเลือกเบคอนซึ่งไม่ค่อยพบในร้านอื่น ก็จะได้รสชาติแบบตะวันตก จะใส่เฉพาะปลาหมึกยักษ์ก็ได้ แต่กิจกรรมนี้เป็นโอกาสดีที่จะลองปรับแต่งหลายแบบ โดยเลือกไส้จากรายการนี้ได้ 3 ชนิด นอกจากนี้ หากเพิ่ม 50 เยน จะเลือกไส้เพิ่มได้ในปริมาณสำหรับทาโกะยากิ 2 ลูก ไม่ว่าจะเป็นปลาหมึกเซอร์ไพรส์ที่มีหนวดปลาหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่จนโผล่ออกมานอกลูก ปูเซอร์ไพรส์ที่มีก้ามปูโผล่พ้นทาโกะยากิ กุ้งเนื้อเด้ง ชีสยืดที่มีเนื้อสัมผัสสนุก หรือเอ็นวัวซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ชาวโอซาก้าชื่นชอบ ลองชิมไส้หลากหลายแบบในโอกาสนี้
ครั้งนี้เลือกไส้มาตรฐานอย่างปลาหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่ ไข่ปลาค็อดรสเผ็ด และชีส ส่วนต้นหอม เศษแป้งเทมปุระ และขิงดองสีแดงที่ใส่ลงในแป้งพร้อมกับไส้ ก็มีส่วนช่วยเพิ่มกลิ่นรสให้ทาโกะยากิ

กิจกรรมนี้จะได้ทำทาโกะยากิ 15 ลูก เตาทำจากแผ่นทองแดงซึ่งนำความร้อนได้รวดเร็ว จึงทำให้ทาโกะยากิออกมานุ่มฟู บนแผ่นทองแดงมีรอยจากการทอด ทำให้จินตนาการได้ว่าเคยผ่านการทำทาโกะยากิแสนอร่อยมาแล้วมากมาย เตาทาโกะยากิแผ่นทองแดงจะถูกส่งไปทำความสะอาดเป็นประจำ แต่ที่จริงแล้ว หากเป็นเตาที่เพิ่งทำความสะอาดจนเงาวับ แป้งจะติดกระทะและทอดได้ไม่สวย การได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญพร้อมเรียนรู้รายละเอียดเกี่ยวกับการทำทาโกะยากิ ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของกิจกรรมนี้

ได้เวลาเริ่มทำทาโกะยากิแล้ว แผ่นทองแดงนำความร้อนได้ดี แต่แป้งก็ติดง่ายเช่นกัน จึงต้องทาน้ำมันให้ทั่วทุกซอกอย่างเพียงพอ เพราะขั้นตอนต่อไปจะเทแป้งจนเกือบล้น จึงควรทาน้ำมันทั้งในหลุมและบริเวณพื้นราบรอบๆ

แบ่งเทแป้งเป็น 2 รอบ รอบแรกให้เทก่อนเปิดไฟ โดยเทลงไปประมาณครึ่งหนึ่งของหลุม

จากนั้นเปิดไฟและใส่ไส้ ไส้ 3 ชนิดที่เลือกมาจะแยกใส่อย่างละชนิดต่อ 1 หลุมก็ได้ หรือจะใส่ไข่ปลาค็อดรสเผ็ดกับชีสรวมกันในหลุมเดียวก็ได้เช่นกัน ลองปรับแต่งตามความชอบ ครั้งนี้จะทำทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ ปลาหมึกยักษ์อย่างเดียว ไข่ปลาค็อดรสเผ็ดอย่างเดียว ชีสอย่างเดียว และไข่ปลาค็อดรสเผ็ดคู่กับชีส

ระหว่างใส่ไส้ แผ่นทองแดงก็เริ่มร้อนจนได้ยินเสียงฉ่าเรียกน้ำย่อย เมื่อใส่ไส้อย่างคล่องแคล่วแล้ว ให้เทแป้งอีกครั้ง คราวนี้เทให้เหมือนปิดฝาครอบไส้ไว้ จะเทจนมองไม่เห็นไส้เลยก็ได้ การเทแป้งครอบไว้แทนที่จะเทเฉพาะในหลุม จะช่วยให้ทาโกะยากิออกมาลูกใหญ่และกลมสวย

หลังเทแป้งแล้ว โรยต้นหอม เศษแป้งเทมปุระ และขิงให้ทั่ว

ระหว่างที่ทำขั้นตอนเหล่านี้ แป้งก็เริ่มสุกเล็กน้อยแล้ว ค่อยๆ ลอกแป้งรอบนอกและพับเข้ามา

ใช้เหล็กแหลม 2 อันตัดแป้งส่วนที่ล้นออกมา สอดเก็บลงในหลุม แล้วหมุนพลิกทาโกะยากิ ในขั้นตอนนี้ต้องระวังไม่ให้เหล็กแหลมแทงเข้าไปในตัวทาโกะยากิ เพราะจะทำให้ทอดออกมาไม่กลม เพียงวางเหล็กแหลมแนบกับผิว ไม่ต้องแทงเข้าไป ให้ใช้เหล็กทั้ง 2 อันเหมือนตะเกียบแล้วค่อยๆ ยกขึ้น แม้จะค่อนข้างยาก แต่ลองฝึกจนจับเคล็ดลับให้ได้

เมื่อพลิกครบทุกลูกแล้ว ผิวทาโกะยากิยังคงขรุขระ จึงต้องจัดทรงให้กลม ใช้เหล็กแหลมอีกครั้งโดยไม่แทงเข้าไป แล้วหมุนให้ส่วนที่ขรุขระคว่ำลงด้านล่าง หมุนซ้ำหลายครั้งเพื่อให้ผิวเรียบขึ้น ก็จะได้ทาโกะยากิทรงกลมสวยงาม


ขั้นตอนสุดท้าย พรมไวน์ขาวลงไป กลิ่นหอมกรุ่นชวนรับประทานจะลอยขึ้นมา ไวน์ขาวช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสนุ่มละลายในปาก และเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ผู้เชี่ยวชาญใช้เวลาทำทาโกะยากิจริงๆ เช่นกัน

เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทาโกะยากิออกมาฟูนุ่มน่ารับประทาน ราดซอสสูตรลับของคุคุรุ มายองเนส สาหร่ายอาโอโนริ และปลาโอแห้งให้เต็มที่ แล้วเริ่มชิมกันได้เลย

เพราะเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ จึงร้อนมาก เนื้อสัมผัสนุ่มฟู ซอสสูตรลับมีกลิ่นหอมและเข้ากันดีกับรสหวานของแป้ง ส่วนปลาหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่แทบไม่หดตัวแม้ผ่านความร้อน น่าประหลาดใจทีเดียว เนื้อนุ่มแต่ยังมีสัมผัสที่ดี และรับรู้ถึงรสอูมามิของปลาหมึกยักษ์ได้เต็มที่ จึงเข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมจึงเป็นไส้มาตรฐานยอดนิยมอันดับหนึ่ง ทาโกะยากิไส้ไข่ปลาค็อดรสเผ็ดมีรสชาติเข้มข้นโดดเด่น พร้อมเนื้อสัมผัสเม็ดกรุบๆ ที่รับประทานเพลิน ส่วนทาโกะยากิไส้ไข่ปลาค็อดรสเผ็ดกับชีสมีรสเข้มข้นกลมกล่อมยิ่งขึ้นจากชีส น่าจะเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเบียร์หรือไฮบอล ขณะที่ทาโกะยากิไส้ชีสอย่างเดียวให้รสชาติแบบตะวันตกที่เด็กๆ น่าจะชอบ ชีสละลายเยิ้มและอร่อยมาก
นอกจากนี้ยังได้ชิมทาโกะยากิที่ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ทอดให้อีก 2 ลูก

เลือกท็อปปิงได้จากซอสกับมายองเนส ชีส ไข่ปลาค็อดรสเผ็ดกับมายองเนส หรือเนยโชยุ ครั้งนี้ลองเลือกเนยโชยุที่ไม่เคยชิมมาก่อน พบว่าเนยเข้ากับทาโกะยากิได้ดีมาก และเป็นอีกรสชาติที่ชวนให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตาม
คลาสนี้มีน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์รวมอยู่ในชุด โดยเลือกได้ 1 แก้วจากคาลพิส น้ำส้ม โคล่า เมลอนโซดา ชาอู่หลง และเครื่องดื่มอื่นๆ หรือเพิ่ม 300 เยนเพื่อเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์หรือเลมอนซาวร์ได้
หลังจากลองทอดทาโกะยากิด้วยตัวเอง
ตั้งแต่เด็กเคยทำทาโกะยากิด้วยเตาไฟฟ้าที่บ้านมาหลายครั้งแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลองทำอย่างจริงจังบนแผ่นทองแดงแบบเดียวกับอุปกรณ์ของมืออาชีพ ทาโกะยากิที่ได้มีเนื้อนุ่มฟูและทรงกลมสวย แม้แต่คนคันไซที่คุ้นเคยกับการทำทาโกะยากิเป็นประจำก็ยังประทับใจ เคล็ดลับสำคัญคือใช้แผ่นทองแดงที่นำความร้อนได้ดี และพลิกโดยไม่ใช้เหล็กแหลมแทงเข้าไป ทาโกะยากิที่ทำเองอร่อยจนน่าประทับใจ แต่ทาโกะยากิที่ผู้เชี่ยวชาญทำให้นั้นยอดเยี่ยมสมกับฝีมือ การได้ชิมเปรียบเทียบระหว่างของตัวเองกับของผู้เชี่ยวชาญ แล้วสัมผัสได้อีกครั้งว่าทาโกะยากิของมืออาชีพนุ่มฟูเพียงใด ถือเป็นประสบการณ์เฉพาะของกิจกรรมนี้ ครั้งหน้าที่ทำทาโกะยากิที่บ้าน จะลองใส่ใจกับเคล็ดลับที่ได้เรียนจากมืออาชีพเหล่านี้
แพ็กเกจกิจกรรมทำทาโกะยากิ
กิจกรรมทำทาโกะยากิมีให้เลือก 2 แพ็กเกจ ได้แก่ คอร์สพื้นฐานและคอร์สเต็มอิ่มกับโคนามง
คอร์สพื้นฐานราคา 3,850 เยน รวมภาษี ประกอบด้วยทาโกะยากิที่ทำเอง 15 ลูก ทาโกะยากิที่ผู้เชี่ยวชาญทำให้ 2 ลูก ผ้าคาดศีรษะออริจินัล และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 1 แก้ว
คอร์สเต็มอิ่มกับโคนามงราคา 7,480 เยน รวมภาษี นอกจากรายการในคอร์สพื้นฐานแล้ว ยังมีกิจกรรมทำโมเดลอาหารทาโกะยากิและชุดวัตถุดิบทำทาโกะยากิ 6 รายการ
แนะนำให้จองผ่านเว็บไซต์ และควรระวังเป็นพิเศษเพราะวันอาทิตย์มักมีผู้ใช้บริการหนาแน่น
รายละเอียดและราคาของแพ็กเกจเป็นข้อมูล ณ เวลาที่เก็บข้อมูลในเดือนกันยายน 2026
กิจกรรมทำโมเดลอาหารทาโกะยากิ
ที่พิพิธภัณฑ์โคนามง สามารถทำโมเดลอาหารทาโกะยากิได้บนชั้น 3 และนำผลงานกลับไปเป็นของฝากได้ กิจกรรมนี้ได้รับความนิยมในหมู่เด็กและคู่รัก
เรียนรู้ประวัติของทาโกะยากิ
ผนังทั้งด้านบนชั้น 2 จัดแสดงแผนที่แนะนำเมนูโคนามงท้องถิ่นจากทั่วญี่ปุ่น ช่วยให้เรียนรู้เกี่ยวกับอาหารโคนามงอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่
ถัดไปยังมีแผนผังแสดงประวัติของอาหารโคนามง รวมถึงทาโกะยากิ จะเลือกชิมทาโกะยากิที่ผู้เชี่ยวชาญทำ เรียนรู้วิธีทอดจากมืออาชีพแล้วลงมือทำเอง ทำโมเดลอาหาร หรือรับประทานทาโกะยากิพร้อมศึกษาประวัติไปด้วยก็ได้ ที่นี่จึงรวบรวมประสบการณ์เกี่ยวกับทาโกะยากิไว้อย่างครบถ้วน


เลือกซื้อของฝากได้ด้วย
ก่อนออกจากสถานที่ อย่าลืมแวะเลือกซื้อของฝากจากโอซาก้า นอกจากชุดวัตถุดิบทำทาโกะยากิ 6 รายการแล้ว ยังมีซอสทาโกะยากิขวดเล็กสูตรพิเศษของคุคุรุ และมันหวานทอดกรอบรสทาโกะยากิที่เรียกว่าทาโกะยากิเคมปิ โดยเฉพาะทาโกะยากิเคมปิเป็นผลิตภัณฑ์ออริจินัลของคุคุรุที่หาแบบเดียวกันได้ยาก ลองหยิบติดมือกลับไปเป็นของฝากได้

บทสรุป
ทาโกะยากิคืออาหารขึ้นชื่อที่เป็นตัวแทนของโอซาก้า การชิมทาโกะยากิแสนอร่อยที่ทำโดยผู้เชี่ยวชาญระหว่างท่องเที่ยวก็น่าสนุก แต่เมื่อเดินทางมาถึงโอซาก้าแล้ว ลองเรียนรู้วิธีทำจากมืออาชีพและฝึกให้ทำเป็นด้วยตัวเอง จะได้รู้ทั้งเทคนิคการทอดให้ออกมาสวยและวิธีรับประทานให้อร่อยที่แม้แต่ชาวโอซาก้าบางคนก็อาจไม่รู้ หากทำทาโกะยากิได้กลมสวยและนุ่มฟูแล้ว คุณอาจกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทาโกะยากิยิ่งกว่าชาวโอซาก้าเสียอีก
ผู้เขียน
ผู้ประกาศอิสระ
Sayaka Motomura
นำเสนอเนื้อหาโดยเน้นวัฒนธรรมดั้งเดิม ศิลปะการแสดง และประวัติศาสตร์


