ได้ดูวิดีโอที่คนญี่ปุ่นแนะนำไว้ จึงตามชื่อเสียงมาลองดูสักครั้ง แม้จะตั้งใจหลีกเลี่ยงช่วงเวลาคนแน่น แต่หน้าร้านก็ยังมีคนต่อคิวประปราย แสดงว่าร้านขายดีตลอดทั้งวัน รอประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นมองผ่านกระจกใส เห็นเชฟสะบัดตะหลิวอย่างคล่องแคล่วอยู่หน้าเตาเทปปัน ก็ทำให้อดน้ำลายสอไม่ได้
เห็นเชฟวางกะหล่ำปลีและถั่วงอกจนเต็มบนแผ่นแป้งกรอบ โรยผงปรุงรสเล็กน้อย แล้ววางเบคอนทีละแผ่น วัตถุดิบส่งเสียงฉ่าบนกระทะเหล็กร้อนจัด กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว ตอนนั้นได้แต่หวังให้ลูกค้าในร้านรีบกินเสร็จแล้วลุกให้ที่สักหนึ่งที่ เพื่อจะได้สัมผัสรสชาติที่เฝ้ารอมานานด้วยตัวเอง
หลังจากได้นั่ง โชคดีที่ได้นั่งตรงเคาน์เตอร์ จึงได้ชมฝีมือของเชฟอย่างใกล้ชิด เมื่อฮิโรชิมะยากิร้อนๆ มาเสิร์ฟ ราดซอสแล้วก็รีบลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย ขณะลิ้มรสอาหาร เสียงตะหลิวกระทบกระทะเหล็กดังใสเป็นระยะ ทั้งภาพ กลิ่น และรสชาติผสานกัน ราวกับทั้งตัวได้หลอมรวมเข้าไปในโลกของเตาเทปปันอันคึกคักนี้
ยะเก็นโบริ ฮัสโช | รีวิวของ Linda Liao
รีวิวอื่นๆ ของ Linda Liao
-
สวนชุกเคเอ็น
สวนชุกเคเอ็นถูกสร้างขึ้นโดย อาซาโนะ นากาอากิระ (Asano Nagaakira) เจ้าแคว้นฮิโรชิมะ ตั้งแต่ปีเก็งวะที่ 6 (ค.ศ. 1620) ให้เป็นสวนของคฤหาสน์พักผ่อน เดิมสวนได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากระเบิดปรมาณูที่ทิ้งลงฮิโรชิมะในปีโชวะที่ 20 (ค.ศ. 1945) หลังจากนั้นการบูรณะซึ่งเริ่มต้นในปีโชวะที่ 24 (ค.ศ. 1949) ใช้เวลาประมาณ 30 ปีจึงแล้วเสร็จ และคงสภาพมาจนถึงปัจจุบัน
สวนชุกเคเอ็นในฮิโรชิมะเป็นสวนญี่ปุ่นที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะฮิโรชิมะ จึงเหมาะมากที่จะจัดแผนเที่ยวทั้งสองแห่งในวันเดียวกัน ภายในสวนมีทิวทัศน์งดงาม โดยมีสระน้ำ สะพาน ต้นไม้ และเรือนน้ำชาที่ขับเน้นกันอย่างลงตัว แต่ละฤดูกาลมีเสน่ห์แตกต่างกันไป เป็นมุมสงบที่หาได้ยากในเมือง หลังเดินชมสวนเสร็จ ยังสามารถแวะไปยังพิพิธภัณฑ์ศิลปะเพื่อชมผลงานศิลปะมากมายที่จัดแสดงอยู่ภายในได้อีกด้วย
-
-
คากิโกยะ ฟุกุโรมาจิ อุมิเฮ โชเท็น
คากิโกยะ ฟุกุโรมาจิ อุมิเฮ โชเท็น เปิดในปี 2013 ในฐานะสาขาในเมืองที่สืบทอดโดยตรงจาก “มิลกี้ เท็ตสึโอะ โนะ คากิโกยะ อุจินะเท็น” ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะต้นตำรับร้านกระท่อมหอยนางรม โดยสืบทอดทั้งวิธีการจัดหาวัตถุดิบและความสดแบบร้านคากิโกยะ จึงเป็นร้านที่ขึ้นชื่อว่าสามารถลิ้มรสหอยนางรมจากฮิโรชิมะได้ตลอดทั้งปี เมนูเด่นคือ “มิลกี้ เท็ตสึโอะ โนะ กังกันยากิ” ที่นำหอยนางรมประมาณ 1 กก. มานึ่งอบในกระป๋อง
เมื่อมาถึงฮิโรชิมะ หากอยากลิ้มลองรสชาติแบบอิซากายะญี่ปุ่นแท้ ๆ ลองแวะมาที่ร้านอุมิเฮ โชเท็น ภายในร้านตกแต่งด้วยกลิ่นอายย้อนยุคแบบสมัยโชวะ บรรยากาศคึกคักและเต็มไปด้วยความเป็นท้องถิ่น รอบข้างเต็มไปด้วยผู้คนที่มาสังสรรค์หลังเลิกงานอย่างครึกครื้น เหมาะมากสำหรับมาผ่อนคลายและกินให้อิ่มหนำหลังจบทริปตลอดทั้งวัน
อาหารในร้านมีให้เลือกหลากหลาย โดยเมนูที่ทำให้ประทับใจที่สุดคือหอยนางรมนึ่ง ในกล่องเหล็กใบใหญ่เต็มไปด้วยหอยนางรมสดตัวโตทั้งเปลือก ทันทีที่เปิดฝา กลิ่นหอมก็ลอยมาเตะจมูก เมื่อกินจะได้รสชาติทะเลเข้มข้น สดหวานและฉ่ำน้ำ ทุกคำสัมผัสได้ถึงความอร่อยสดใหม่ตามธรรมชาติของหอยนางรม เมื่อเทียบกับหอยนางรมย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป กลับชอบวิธีนึ่งแบบนี้มากกว่า〜แนะนำให้ทุกคนมาลอง -
-
โดมปรมาณู (สวนอนุสรณ์สันติภาพ)
โดมปรมาณูเดิมสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 1915 ในชื่อ “อาคารแสดงสินค้าจังหวัดฮิโรชิมะ” จากการออกแบบของ ยาน เรตสึล (Jan Letzel) สถาปนิกชาวเช็ก อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีการทิ้งระเบิดปรมาณู อาคารได้รับความเสียหายอย่างหนักในระยะใกล้เพียง 160 เมตรจากจุดศูนย์กลางระเบิด โครงเหล็กที่เผยให้เห็นและผนังด้านนอกที่ชำรุดทรุดโทรมยังคงถูกรักษาไว้ในสภาพเดิมหลังการถูกระเบิด และต่อมาจึงถูกเรียกว่า “โดมปรมาณู”
โดมปรมาณูตั้งตระหง่านอย่างเงียบสงบตรงข้ามสวนอนุสรณ์สันติภาพ โครงสร้างที่พังเสียหายซึ่งหลงเหลืออยู่บอกเล่าถึงความโหดร้ายของสงครามและคุณค่าของสันติภาพแก่ชาวโลกอย่างไร้ถ้อยคำ
ที่นี่ไม่เพียงเป็นสถานที่ที่ต้องมาเยือนเมื่อมาถึงฮิโรชิมะ แต่ยังเป็นพยานถึงการฟื้นคืนจากเถ้าถ่านของเมืองนี้อีกด้วย เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่สงบสุขเช่นทุกวันนี้ ก็ควรยิ่งเห็นคุณค่าของความสงบมั่นคงที่ได้มาอย่างยากลำบาก ใคร่ครวญถึงความทุกข์ยากและความเสียหายที่สงครามนำมา และจดจำชีวิตที่เคยสูญเสียไป
ขอให้ผู้ล่วงลับทุกคนไปสู่สุคติ และขอให้แสงแดดอันอบอุ่นส่องสว่างผืนดินที่เคยบอบช้ำแห่งนี้ เพื่อให้ความเชื่อมั่นในสันติภาพสืบทอดต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น -
















