ทันทีที่ออกมาบริเวณทางออกเค็นโรคุเอ็น (Kenrokuen Exit) ฝั่งตะวันออกของสถานี JR คานาซาวะ ซึ่งมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมือง ก็จะสะดุดตากับ “โดมโมเตนาชิ” และ “ประตูกลองสึสึมิ” ที่สร้างเสร็จในปี 2005 สถานีแห่งนี้คึกคักไปด้วยผู้ใช้บริการจำนวนมาก และเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟโฮคุริคุชินคันเซ็นรวมถึงศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาคโฮคุริคุด้วย
ประตูกลองสึสึมิ (Tsuzumi-mon) ที่รองรับด้วยเสาขนาดใหญ่ 2 ต้น มีความสูง 13.7 เมตร ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่น่าประทับใจ รูปทรงได้รับแรงบันดาลใจจากกลองสึสึมิที่ใช้ในการแสดงโนของคานาซาวะ จึงเป็นภาพที่โดดเด่นและได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะจุดถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวมักแวะเก็บภาพเป็นที่ระลึกหลังมาถึงคานาซาวะ หลังพระอาทิตย์ตก จะมีการเปิดไฟประดับทุกต้นชั่วโมงเป็นเวลา 2 นาที จนถึงเวลา 00:00 โดยแสงไฟจะเปลี่ยนสีไปตามแต่ละวันของสัปดาห์ เพื่อถ่ายทอด “คางะโกไซ” ซึ่งเป็นสีดั้งเดิมของคานาซาวะที่ใช้ในงานหัตถศิลป์อย่างคางะยูเซ็น ทำให้ซุ้มประตูดูสดใสสะดุดตา
โดมโมเตนาชิ (Motenashi Dome) ที่มีรูปทรงทันสมัย ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “จิตใจแห่งการต้อนรับที่ยื่นร่มให้แก่ผู้ที่ลงจากสถานี” ตั้งแต่หลังคาจรดผนังภายนอกถูกปกคลุมด้วยกระจก ลวดลายเรขาคณิตมากกว่า 3,000 แผ่น เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ใช้บริการเปียกฝนหรือหิมะ ซึ่งพบได้บ่อยในคานาซาวะ สถานที่ทั้ง 2 แห่งนี้โดดเด่นด้านการออกแบบและกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองคานาซาวะไปแล้ว อีกทั้งสถานีคานาซาวะยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “สถานีรถไฟที่สวยที่สุดในโลก” เมื่อปี 2011 ด้วย ถ้ามีโอกาสมาเยือนคานาซาวะ ก็ลองแวะชมด้วยตัวเอง
จุดเด่น
-
สัญลักษณ์ใหม่ของคานาซาวะที่ตั้งอยู่บริเวณทางออกเค็นโรคุเอ็นของสถานี JR คานาซาวะ
-
ประตูกลองสึสึมิได้แรงบันดาลใจจากกลองที่ใช้ในการแสดงโน และเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม
-
หลังพระอาทิตย์ตก ประตูกลองสึสึมิจะมีการเปิดไฟประดับทุกต้นชั่วโมง
-
ส่วนโดมโมเตนาชิออกแบบด้วยโครงสร้างกระจก เพื่อช่วยบังฝนและหิมะให้ผู้ใช้บริการ